The happening : เรื่องรักยามทุกข์ยาก
posted on 15 Jun 2008 19:15 by filmmlifไม่ได้ทำธุระปะปังกับ Blog ตัวเองเสียนาน เพราะมัวแต่เริงร่าในศาลายา แถมไม่ได้ดูหนังเรื่องใดเลย แต่วันนี้ก่อนกลับหอ เลย...
ด้วยความเหี้ยนกระหือรือ (ไม่รู้สะกดถูกหรือเปล่า วอนผู้สันทัดช่วยแก้ไขด้วย) อยากดูเป็นอันมาก เพราะติดอกติดใจกับตัวอย่างหนังที่ทำให้เกิดความเสี้ยน 'เข้าเมื่อไร อย่าให้พลาด' และวันนี้ก็ได้ดูสมใจอยาก ก็รู้นะ ว่ามันต้องแย่ เพราะ เว็บ imdb ให้คะแนนแค่ 6.2/10 มีนักวิจารณ์ต่างประเทศให้แค่หนึ่งดาวจากสิบดาว!!! Webboard ในไทยก็ด่าแหลก แถมก่อนหนังฉายไปยืนอ่านนิตยสารลงรูปป้ายโฆษณาหนังในต่างประเทศ โดนมือบอนลบตัวอักษร กลายเป็นคำว่า The _ _ _ penins อะไรมันจะเลวร้ายปานนั้น
The happening (2008) กำกับโดย M. Night Shyamalan ผกก.ที่ใครๆ ต่างเคยหลงรัก แต่หลังจากหนังของพี่ท่านลดระดับความดีลงเรื่อยๆ (ในความเห็นของคนหมู่มาก) จนมาเจ๊งสนิทกับหนัง Lady in the water ซึ่งใครๆ ต่างพากันรังเกียจ (แต่สำหรับผม..หนังเหลุดโลกได้ใจมากๆ ยังจำได้แม่นกับพ่อหมอกล่องซีเรียล) M. Night Shyamalan คงหวังอยู่ลึกๆ กับการกลับมาเป็นขวัญใจของคนดูอีกครั้ง แต่คงไม่ใข่กับหนังเรื่องนี้ เป็นแน่แท้ (แน่นอน..จากความคิดเห็นของคนหมู่มาก เช่นเคย)
หนังเล่าเรื่องของ เหตุการณ์ประหลาดครั้งแรกในนิวยอร์ก ซึ่งผู้คนต่างพากันฆ่าตัวตาย ทางการเชื่อว่าเป็นการก่อการร้าย และให้ผู้คนอพยพโดยด่วน ครูวิทยาศาสตร์ Elliot Moore ตัดสินใจอพยพไปอยู่บ้านเพื่อนครู Julian การเดินทางครั้งนี้ยังประกอบด้วย Alma แฟนสาวของ Elliot และ Jess ลูกสาวของ Julian แต่แล้วรถไฟก็หยุดกลางทางเนื่องจากผู้คุมรถไฟขาดการติดต่อ หลังจากนั้น หนังพาตัวเองไปสู่การพลัดพราก ทฤษฎีที่ Elliot คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ ความเห็นแก่ตัวของผู้คน และจบเหตุการณ์ที่บ้านพิลึกหลังหนึ่ง
ตลอดการเล่าเรื่อง ผมรู้สึกสนุก ตื่นเต้น สยองกับภาพที่เห็น เศร้าสลดกับการสูญเสีย และประเด็นรองที่โดดเด้งขึ้นมาคือ เรื่องราวของความรัก ความเห็นใจ หนังเสนอประเด็นที่ว่า 'คนเราจะรักกันมาก ก็ยามที่เจอเรื่องเลวร้ายนั่นแหละ' คิดดูว่าโรแมนติกขนาดไหน ตลอดรายทาง หนังสอดแทรกเรื่องความรักของพ่อ-ลูก ความห่วงใยของพ่อ-แม่ ความรักที่เริ่มแตกสลาย ความเห็นอกเห็นใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่แม้จะมีอยู่น้อยนิด แต่ก็น่าจะเพียงพอให้เรารู้สึกว่าไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง ในสภาวะคับขันเช่นนี้
ปกติไม่ใช่แฟนของ Shyamalan เลยไม่ค่อยรู้สึกว่ามันด้อยหรือดีกว่าเรื่องอื่นตรงไหน แต่ถ้ามองว่าเป็นหนังในเกณฑ์ทั่วไป ไม่คิดอะไรมาก หนังยังดูสนุก น่าเสียดายที่มันน่าจะฝากอะไรให้เราตระหนักบ้าง เพราะหลังจากดูจบก็จบกัน หนังไม่ให้คำตอบที่แน่ชัดกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนังคล้ายกับ The Invasion เวอร์ชันล่าสุด ที่เล่าเหตุการณ์อันน่าประหวั่นพรั่นพรึง แต่จบแบบแกนๆ ซึ่งไม่ได้ทำให้เราตื่นตระหนกหลังดูจบ
(ตัวอย่างที่ หลังจากหนังจบ ผมยังตระหนกอยู่คือ The Ring)
แต่ยังไงก็ยังกรี๊ดหนังเรื่องนี้อยู่ดี ไม่ว่าหนังจะแย่ยังไง แต่ความชอบก้ยังมากอยู่ ขอเป็นหนึ่งเสียงที่ค้านกับคนทั้งปวง
หมายเหตุ : มีฉากหนึ่งที่ทั้งเศร้าและฮาในเวลาเดียวกัน คือฉากที่หญิงนางหนึ่งได้คุยโทรศัพท์กับลูกสาวที่อยู่อีกเมืองหนึ่ง มันเศร้าตรงที่แม่รับรู้ตั้งแต่ลูกยังสบายดีจนเกิดเหตุกาณ์ที่ลูกตาย ผ่านเสียงตามสาย คืออารมณ์มันแรงมาก (โดยส่วนตัว) และที่ฮาคือ ก่อนตาย ลูกจะพูดคำหนึ่งซ้ำไปซ้ำมา 'ฉันเห็น..แบบแคลคูลัส' ฮา!!! (ตอนนี้กำลังร่ำเรียนวิชาแคลคูลัส อันน่าประหวั่นพรั่นพรึงอยู่พอดี พึ่งรู้ว่าแคลคูลัสฆ่าคนได้ ฮา!)
edit @ 15 Jun 2008 19:51:47 by rockalitm