วันเวลาก็พัดพาผมให้ใช้ชีวิตหมดไปกับเดือนตุลาไปอีกครั้ง เดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งการสอบปลายภาคแรกเสร็จสิ้น ใช้ชีวิตกับการปิดเทอมอันยาวนานตั้ง 1 อาทิตย์ แต่ก็ยังมีเรื่องราวว้าวุ่นใจให้คิดมากมาย ยังพักได้ไม่เท่าไรก็กลับมาเริ่มต้นบทเรียนใหม่ๆ ในเทอม 2 แล้วก็กลับมาหยุดอีก 1 อาทิตย์ แล้วก็กลับมาเรียนใหม่ที่คราวนี้จริงจังและยังคงยาวนานต่อไป ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องอัพบลอกให้ได้เดือนละ 1 ครั้งเพื่อบันทึกว่าภาพยนตร์ต่างๆ ที่ได้ทัศนามาตัวเองรู้สึกอย่างไรบ้าง บอกกับตัวเองไว้ว่า อย่างน้อยก็เขียนไว้เตือนความจำตัวเองว่าเคยดูหนังเรื่องอะไรมาแล้วบ้างก็ยังดี - -

In the cut (2003) / "ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้"

     ดูจากภายนอกคงเป็นหนังอีโรติกผสมเข้ากับหนังฆาตกรรมสืบสวนสอบสวนที่ดูท่าจะตื่นเต้น  และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความเอื่อย เฉื่อย อ้อยสร้อย ไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจใดๆ (ยกเว้นฉากอีโรติกที่ถึงพริกถึงขิงได้ใจ ฮา) ดำเนินเรื่องผ่านอาจารย์สาวที่ดันไปเจอฆาตกรเข้า ก็เลยกลายเป็นพยานปากเอก แถมแอบไปมีความสัมพันธ์กับตำรวจเจ้าของคดีที่ไม่น่าไว้วางใจ การที่หนังดูไม่ค่อยสนุก ผมกลับมองว่ามันกลายเป็นผลดีทำให้หนังดูโดดเด่นจากหนังแนวนี้ที่มักจะขายความเซ็กซี่โฉ่งฉ่างและฉากลุ้นระทึกที่พอดูจบก็จบกัน แต่กับเรื่องนี้ ทุกอย่างที่หนังมีในแบบของมันกลับสนับสนุนให้บทสรุปสุดท้ายมาพร้อมกับความโครตโรแมนติก และส่งผมนอนหลับฝันดี

Broken embraces (2009) / "การมีรักแท้ แท้จริงแล้วมันก็คือละครน้ำเน่าดีๆ นี่เอง"

     พาตัวเองมายืนอยู่หน้าโรงลิโด้ คิดในใจว่า ‘ถ้าดู New York, I love you กูต้องเหงาแน่นอน' เลยเลือกสิ่งที่จะทำให้ผมยังคงสุขภาพจิตดีอยู่ แต่ผลปรากฎว่า เลือกเรื่องไหนก็ตายเหมือนกัน ฮา...อีกครั้งกับงานของเปโดร อัลโมโดวาร์ หลังจากเคยติดใจกับหนังพลังหญิงล้นอย่าง Volver มาคราวนี้เขายังคงไว้ลาย แม้ว่าเรื่องที่มีอาจจะไม่เก๋ไก๋เท่างานก่อน แต่การเล่าเรื่องรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ยังคงเรียกว่า สุดยอด!!! เล่าเรื่องของคนเขียนบทหนังตาบอดผู้เคยมีรักแท้ที่ต้องซ่อนเร้นกับนักแสดงสาวที่เขาเคยกำกับหนังให้ จะว่าไปเรื่องราวในหนังก็คือละครน้ำเน่าหลังข่าวที่มีให้เห็นกันดาษดื่น แต่พอมาอยู่ในมือของผู้กำกับคนนี้ เลยกลายเป็นงานที่ไม่ธรรมดา พอทุกอย่างในหนังมันมีน้ำหนัก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความโรแมนติกที่ดูจริงใจ หาไม่ได้แน่นอนในละครหลังข่าว ต่อให้เล่าเรื่องเดียวกันก็เหอะ

Angel & Demons (2009) / "สนุกสนานกับศาสนา"

     หลังจากพอดูได้ใน The Davinci code กลับมาคราวนี้ของตัวละครโรเบิร์ต แลงดอน เลยเลือกไปทางสนุกสนานผจญภัยซะเลย ไม่มัวมาครึ่งๆ กลางๆ เหมือนตอนที่แล้ว โชคดีที่ตัวเองยังไม่ได้อ่านตัวนิยายเล่มนี้ เลยดูด้วยความเพลิดเพลิน และยังค้นพบถ้าตัดเรื่องของศาสนาที่ทำให้เรื่องดูยิ่งใหญ่และยุ่งเหยิง แท้จริงแล้วมันก็คือหนังอาชญากรรม ชิงไหวชิงพริบธรรมดาๆ นี่เอง

 

Hustle & Flow (2005) / "ความฝันของพลเมืองชั้นสอง"

     หนังพาเราไปสำรวจชีวิตของพลเมืองผิวสีชายขอบ ผูกชีวิตกับการทำงานผิดกฎหมาย แต่เพราะเราคือคน เราจึงมีฝัน คงไม่มีใครอยากมีชีวิตที่ยากเข็ญอย่างนี้ต่อไป ทุกคนอยากทำในสิ่งที่ตนรัก พอๆ กับการหลุดออกไปจากวิถีอุบาทว์ที่เป็นอยู่ หนังมาพร้อมบรรยากาศดิบๆ เถื่อนๆ และตัวละครที่คนในสังคมตีค่าด้วยสายตารังเกียจ แต่อีกด้านของกลุ่มคนเหล่านั้นคือ ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ แม้ว่าสิ่งที่เป็นอยู่จะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาหวังไว้ หนังทำให้ผมได้เห็นความน่ารักของคนเหล่านั้น ตัวละครที่ผมประทับใจที่สุดคือ สาวตั้งท้อง (รับบทโดยคนเดียวกับที่เล่นเป็นแม่บุญธรรมของเบนจามิน บัตตัน) ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับคนกำลังจะมีลูกเป็นอย่างยิ่ง แต่เธอก็ยังมีหวังที่จะได้เห็นหน้าลูก และเมื่อเธอได้แย้มเสียงร้องของเธออกมา โลกใบบูดๆ เบี้ยวๆ ของเธอก็สดใสขึ้นทันตา ตัวละครเอกของเรื่อง มีฝันที่จะได้เป็นนักร้องฮิปฮอป แม้หนทางที่เห็นจะยังไม่ราบรื่น แต่ผมก็ได้ข้อความสำคัญที่เขาทิ้งไว้ให้--อย่าให้การเป็นพลเมืองชั้นสอง สาม สี่ ห้า ของคุณ ทำให้คุณอ่านความฝันของคุณเองว่า เป็นไปไม่ได้

To sir, with love (2006) / "ครูคือหนึ่งในเข็มทิศ กำหนดชีวิตเราตั้งแต่เยาว์วัย"

     การกลับมาเยี่ยมคุณครูอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของลูกศิษย์ น่าจะเป็นวันแห่งความชื่นมื่น แต่เพราะอดีตที่ครูทำไว้กับลูกศิษย์มันยังไม่เคยจางหาย เลยกลายเป็นคืนเลือดสาดแทน ฮา หนังเกาหลีอะไรไม่รู้ โห๊ด โหด

 

 

A home at the end of the world (2004) / "ลุ่มหลงโลก"

     หนังมีทุกอย่างที่ผิดจารีตประเพณี ผิดหลักตามทำนองคลองธรรม แต่เล่าด้วยอารมณ์สุนทรียะดุจบทเพลงเอื้อนเอ่ยอันล่องลอย ฮา สิ่งที่ผิดศีลธรรมมีต้องแต่ เซ็กซ์โจ่งครึ่ม ชวนน้อง ชวนเพื่อน ชวนแม่ดูดกัญชา มีใจให้เพื่อนชาย (ทั้งที่ตัวเองก็เป็นชาย) ความสัมพันธ์แบบสามเศร้าสุดอินดี้คือ ชาย 2 หญิง 1 แต่สับสนอลหม่านที่คุณควรพิสูจน์(ด้วยการดู)เอาเอง หนังเล่าด้วยความเรียบ เรื่อยๆ มาเรียงๆ หนังให้อารมณ์ถวิลหาความสุข ลุ่มหลงกับการมีชีวิต ล่องลอย เพ้อฝัน ทั้งหมดทั้งมวลเพียงแค่คุณได้เสพหนังเรื่องนี้เท่านั้น!!!

 

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) / "มาหลายขบวนแล้ว แต่ไม่เห็นเปิดประตูรับสักที ฮา"

     1. แค่ชื่อเรื่องก็เก๋เกินห้ามใจ 2. นี่คือหนังคอมเมดี้-โรแมนติก ไม่ใช่ โรแมนติก-คอมเมดี้ 3. รวบรวมประโยคจี๊ดโดนใจไว้มากมาย (ใครก็ได้รวบรวมที) 4. ไม่ต้องสรรหาเหตุผลร้อยแปดว่าไม่ชอบหนังเรื่องนี้ เพราะคุณกำลังโกหก ฮา 5. ร้องไห้ตั้งแต่ฉากที่ลี่ไปหาเป็ด เปิดกล่อง จนจบ 6. ขอนะ GTH วันหลังนะขอแบบหนังรักจริงจังแบบให้ตายกันไปข้างหนึ่งสักเรื่อง 7. เหม่ยลี่-คริส และเป็ด-โอปอล ได้เข้าชิงนำหญิงและสมทบหญิงแน่นอน ฟันเฟิร์ม! 8. อย่าบอกนะว่าคุณจะรอดูแผ่น เสียใจกับคุณด้วยจริงๆ ฮา 9. !!!

 

Treeless Mountain (2008) / "ถึงภูเขานั้นจะไม่มีต้นไม้ แต่เราพี่น้องยังมีกันและกัน"

ได้เวลาเยี่ยมเยียนโรงหนัง House อีกสักครั้ง เลยเลือกดูเรื่องนี้ซะ กะจะไปร้องไห้ขี้มูกโป่งกันเลย แต่ผิดคาด หนังเล่าเรื่องของพี่น้องสองสาวที่แม่ฝากไว้ให้ป้าเลี้ยง แม่บอกว่าถ้าหยอดเงินเต็มกระปุก แล้วแม่จะกลับมา แต่มันจะจริงได้ไงละ! ผมรู้สึกเหมือนดูเรื่องจริงผ่านจอ เฉกว่าเป็นชีวิตจริงของเด็กสองคน หนังไม่ได้ยัดเยียดความสงสาร เห็นใจ หรือฟูมฟายใดๆ แต่กลับทำให้เราสุขใจ แม้เรื่องที่พี่สาวอายุราว 5 ขวบ และน้องสาว 3 ขวบจะต้องพบเจอ เผชิญ และพัดพา จะเกินไปสำหรับเด็กตัวแค่นี้ (ถึงจะโตแล้วก็ยังดูน่ารันทดอยู่ดี) แต่เสียงเพลงสุดท้ายที่พี่น้องร้องด้วยกัน บอกได้ชัดเจนว่าขอเพียงเราสองยังมีกัน ความสุขของเราก็ยังมีอยู่ อิ่มเอม อบอวลไปด้วยความรักของน้องพี่- -ฉากพี่น้องยื่นกระปุกที่มีเงินอยู่เต็มให้ยายไปซื้อรองเท้า บ่งบอกวุฒิภาวะที่โตเกินตัวเหลือเกิน โตกว่าผู้ใหญ่แถวนี้เสียอีก- -น้องสองคนน่ารักมาก ทำได้ไง เหมือนไม่ได้เล่น เหมือนว่านี่คือชีวิตจริง- -ใครช่วยแจ้งหน่อยว่า เป็นพี่น้องกันจริงหรือเปล่า และป้าที่เล่นใช่ป้าของน้องเขาจริงหรือเปล่าเพราะเห็นว่าชื่อจริงขึ้นต้นว่า Kim... เหมือนกัน

 

"ฉันลอยกระทงคนเดียวมา 19 ปี แล้วนะ ฮา"

"ขอให้คำอธิษฐานปีนี้ เป็นจริงด้วยเถิดนะ พระแม่คงคา"

          ผมใช้พละกำลังที่มีกระชากข้อมือออกจากสิ่งที่พันธนาการผมไว้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าทำอย่างไรก็คงไม่มีทาง แต่ผมก็คงต้องลองทำ เผื่อมีสักครั้งที่ใครข้างบนจะเห็นใจ ปล่อยผมไป เพื่อรั้งเธอไว้จากอันตรายข้างหน้า อันตรายอันเกิดจากการเข้าใจผิด อันตรายที่เธอกำลังก้าวเข้าไปหามัน อันตรายที่เธอไม่รู้ตัว

"ไอ้กุณแจมือชั่วเอ๊ย! มึงเกิดมาทำไม! ใครสร้างมึงมาว่ะ ไอ้นรก!"

          ผมไม่แม้แต่จะร้องไห้ ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน ผมรู้อย่างเดียวว่าต้องหลุดจากที่นี่ให้ได้ ผมเอื้อมมือไปคว้าก็อกน้ำที่อยู่ข้างๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะช่วยอะไรผมได้ แต่ผมต้องเอามันออกมา น้ำประปาโพยพุ่งออกจากท่อซึ่งตอนนี้ไม่มีก็อกน้ำกั้นมันไว้ มันทำยังกับว่าถูกกักขังมาเนิ่นนาน ผมเปียก พื้นเปียก ผมใช้ก็อกน้ำทุบ งัด กระแทกไปที่เหล็กกล้า สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือ มันไม่ปรากฏผลใดๆ

          ค่ำคืนยังคงดำเนินต่อไป เสียงผู้คน เสียงรถรา ยังคงเล็ดลอดมาให้ได้ยินเป็นระยะ แน่นอนยังคงไม่มีเสียงเธอให้ได้ยิน ผมมองไปรอบๆ ห้อง เก้าอี้ตัวเดิมที่ผมเคยนั่งถูกเคลื่อนไปไกลจากการเตะอย่างแรง น้ำที่เจิ่งนองบนพื้นผสมกับเศษอิฐที่หลุดออกจากซิงค์ล้างจานจนกลายเป็นน้ำขุ่นๆ กับอิฐหนึ่งก้อนที่กระเด็นออกไป ผมนอนราบกับพื้น มองเพดานอันขมุกขมัว ผมไม่อยากให้ถึงเช้าเลย ผมไม่อยากให้ใครที่ไม่ใช่เธอเปิดประตูเข้ามาช่วยผมออกไป พร่ำบอกความจริงที่ผมไม่อยากฟัง ผมไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของผมตอนนี้ที่มีต่อเธอเรียกว่าอะไร แต่สิ่งที่ผมมั่นใจคือ ผมไม่ต้องการให้เธอจากไป ผมยังจำกลิ่นกายที่ผมเคยสัมผัส จำเสียงแผ่วเบาของเธอในเวลานั้น เวลาที่เคยเป็นของเรา ผมจะทำทุกวิถีทางไม่ให้สัมผัสเหล่านั้นเลือนหายไปจากร่างกายของผม ผมสัญญา...คิดแล้วก็น่าขันนัก ผมสัญญาในสิ่งที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสนใจ สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นแค่ความเสน่ห์หาชั่วครั้งชั่วคราว แต่เวลานี้ผมสนใจ ผมสนใจมันยิ่งกว่าการมีอยู่ของผมเสียอีก

          รู้สึกตัวอีกที ฉากดำภายนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็ปรากฏแสงที่กำลังขยับขยายเข้ามาแทนที่ ผมหลับตาเพื่อให้ความมืดยังคงอยู่กับผม เสียงในหัวก็ตอบกลับมาทันควัน 'ช่างเป็นความคิดที่โง่อะไรเช่นนี้'

          และแล้ว...สิ่งที่ผมกลัวกำลังจะมาถึง เสียงฝีเท้าเบื้องล่างกำลังก้าวเข้ามาใกล้อย่างเฉื่อยชา ผมยังคงหลับตา ความจริงอันปวดร้าวกำลังจะเผยโฉม ไม่แน่นะ อาจจะเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คิดไว้ตั้งแต่ต้น อาจจะเป็นเสียงลั่นไกที่ปลายกระบอกจ่อมาที่ตัวผมก็เป็นได้ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมต้องหวาดหวั่นหรือ?...เสียงฝีเท้าที่ดังชัดขึ้นพร้อมกับเสียงประตูที่ถูกเปิดออก เผยให้ได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ใครคนนั้นเข้าใกล้ตัวผม โน้มตัวลง หัวที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมอันคุ้นเคยกดทับลงบนแขนของผมที่ทอดยาว แม้จะคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แต่กลิ่นเฉพาะที่เล็ดลอดแตะจมูกผนวกกับแขนที่โอบกอดผมไว้ วินาทีนั้น ผมขอบคุณใครก็ตามที่ทำให้ตัวผมยังคงอยู่ที่แห่งนี้ จนถึงเวลานี้...

 

* แรงบัลดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง In the cut (2003)

 

 

R O C K View my profile

Categories