เมื่อก่อนสมัยยังเด็กๆ..ผมเคยคิดว่าหนังสือที่ได้รางวัลซีไรต์ก็เหมือนหนังที่ได้รางวัลออสการ์นั่นแหละ ทำความเข้าใจยาก และมักจะไม่รู้เรื่อง ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้รู้ว่า คิดผิดทั้งสองอย่าง วันนี้ผมขอแนะนำหนังสือรางวัลซีไรต์ที่เพิ่งได้อ่านเป็นครั้งแรกครับ

ความสุขของกะทิ เขียนโดย คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ

 

เรื่องของเด็กหญิงกับแม่ผู้ห่างเหิน ผมคงไม่พูดอะไรมาก เพราะใครๆ ก็พูดถึง และการันตีให้มากมายรวมถึงรางวัลซีไรต์ 2549 แถมจะกลายเป็นหนังแล้วด้วย ผมขอตีตั๋วดูคนแรกเลย เอาเป็นว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมร้องไห้ถึง 3 ครั้งในการอ่านครั้งเดียว

หมายเหตุ : รีบหาเล่มสองมาอ่านด่วน!!!

 ช่างสำราญ เขียนโดย คุณเดือนวาด พิมวนา 

หนังสือรางวัลซีไรต์ 2546 ผมว่าเด็กนักเรียนมัธยมคงมีกันเยอะ เพราะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาด้วย แต่ผมเชื่อว่าเวลานั้น คงมีน้อยคนที่ได้อ่าน (รวมถึงผมด้วย) ผมเพิ่งได้อ่านในช่วงปิดเทอมนี้ และได้ค้นพบหนังสือที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง หนังสือเล่าถึง เด็กชายผู้ที่ถูกทิ้งให้อาศัยกับผู้คนในชุมชน หลายคนต่างสับเปลี่ยนกันดูแล หนังสือมาพร้อมกับเรื่องราวที่เศร้าใจ แต่เล่าผ่านมุมมองของเด็กชายผู้ยังสำราญกับโลกใบนี้ ตัวละครรายล้อมเด็กชายก็มาพร้อมคำสอนที่สะเทือนใจแก่ผู้อ่าน หลังผมอ่านจบ ผมดีใจที่ได้อ่านมัน มันกระทบใจผมอย่างแรง ไม่ว่าสังคมนี้จะโหดร้ายเพียงใด แต่ถ้าเล่าผ่านมุมมองของเด็ก โลกนี้ช่างสำราญเสมอ

หมายเหตุ : บท 'ลูกหลง' และ 'จันทร์เจ้า' สะเทือนใจมาก

หนังสือเล่มอื่นๆ

อุโมงค์ เขียนโดย โยชิมุระ ทัตสึยะ แปลโดย รัตน์จิต ทองเปรม

หลังอ่านจบ..มันจะน่ากลัวอะไรขนาดนี้ ทั้งที่ไม่มีผีสักตัว หนังสือเล่าถึง เหตุการณ์ที่ไม่น่าเกี่ยวกันหลายเรื่อง แต่ทุกอย่างล้วนมาจากสาเหตุเดียวกัน การหายไปของคนดูทั้งโรงของหนังชื่อ 'อุโมงค์' การที่คนตายเอาไม้ขีดไฟถ่างตา อาการประสาทหลอนของคนเดินทางเข้าอุโมงค์ ชายถูกฆาตกรรมโดนการคว้านท้องเป็นรู และอื่นๆ แถมยังเปิดเผยทฤษฎีแปลกประหลาดแต่น่าเชื่อถือมากด้วย ผมดีใจมากที่อ่านมันจบสักที...หลอน

หมายเหตุ : หน้าปกน่ากลัวมาก ผมต้องวางมันโดยเอาหลังปกขึ้นทุกที และขอบคุณเพื่อน'ต้า' ที่ให้หนังสือเล่มนี้

จดหมายถึงพ่อ เขียนโดย ยูโมโตะ คะซุมิ แปลโดย ขวัญใจ แซ่คู

อาจเป็นเพราะผมยังมีวุฒิภาวะไม่พอ ผมเลยอ่านแล้วเบื่อทีเดียว มันใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าเรื่อง หนังสือเล่าถึง เด็กหญิงผู้ส่งจดหมายถึงคุณพ่อที่ตาย ผ่านคุณยายเจ้าของตึก (ไม่ใช่แฟนตาซีน่ะ) ผมว่าจะกลับมาอ่านอีกครั้ง หลังโตเป็นผู้ใหญ่ ได้ผ่านโลกมามากกว่านี้ครับ

 

หมายเหตุ : เพื่อนๆ เคยอ่านเล่มไหนแล้ว ช่วยเล่าให้ฟังบ้าง อยากอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ครับ หรืออยากแนะนำก็เชิญได้เลยครับ

edit @ 13 May 2008 22:31:25 by rockalitm

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว่าจะซื้อเรื่องความสุขของกะทิตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้ซื้อเลยค่ะ วันก่อนไปร้านหนังสือก็ลืม
พวกตระกูลซีไรท์นี่ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนยังอ่านไม่จบเลยค่ะ ค้างเติ่งที่ 10 หน้าสุดท้ายมานาน

#1 By №other on 2008-04-01 14:35

โอ้ ขอบคุณที่แนะนำหนังสือครับ
กำลังมองหาหนังสือใหม่ๆ อ่านพอดี
เพราะผมพึ่งอ่านพีระมิดนโปเลี่ยนจบครับ - [แทบอ้วกออกมาเป็นทะเลทราย]

สนใจ 2 เล่มแรกแฮะ อุโมงค์ก็น่าอ่านเหมือนกันครับแต่กลัวจิตไม่แข็งพอ

#2 By ปิงกรู on 2008-04-01 14:40



ขอการันตี


ความสุขของกะทิ


เยี่ยมยอดจริงๆ ทั้งสองเล่ม

#3 By นักวิจารณ์หัวเหม่ง (58.136.51.70) on 2008-04-02 09:01

ยังไม่ได้อ่านซักเล่มเลย ถ้ามีเวลาคงไปหากะทิมาอ่าน หนังสือเล่มสุดท้ายที่อ่านคือสเตปฟอร์ดไวฟ์ ทำเอาหมดอารมณ์อ่านเล่มอื่น

#4 By Kad[ไม่ตลาด] (118.174.122.106) on 2008-04-04 22:35

ไม่อ่านว่ะ ไม่สามาดพอว่ะ

แฮ่ๆ sad smile

#5 By mai (124.121.9.148) on 2008-04-10 22:51