ขอพักผ่อน...ก่อนเติบโต

posted on 22 May 2008 23:20 by filmmlif

คำเตือน : บทความนี้พร่ำเพ้อมาก ถ้าท่านผู้ใดอ่านแล้วรำคาญแกมหมั่นไส้ โปรดจงให้อภัย เพราะคนเขียนอ่านเองยังรำคาญตัวเองเลย

   

หลังจากทำ Blog มาได้2-3เดือน ก็ได้เรียนรู้ว่าการทำ Blog มันไม่ใช่อะไรง่ายๆเลย                                    

ขอเล่าย้อนตอนอยากทำ Blog ใหม่ๆ (ไม่มีใครอยากรู้หรอกน่ะ แต่อยากเล่า) ตอนนั้นเป็นช่วงกำลังรอผลadmission ว่างมากมาย เวลาเหลือเยอะแยะ เลยคิดว่า                                                                           

'เอาว่ะ ลองทำBlogดีกว่า'

บวกกับชอบดูหนังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยตกลงใจว่า ทำBlogเกี่ยวกับหนังเนี่ยแหละ ใกล้ตัวดี อยากแบ่งปันความคิดเห็นของหนังเรื่องต่างๆ ผมเชื่อว่า อาการแบบนี้เป็นกันทุกคนคือ พอเราดูหนังเรื่องไหนจบปุ๊บ แล้วมีปฏิกิริยาหลังดูจบ เราจะอยากเล่าให้ใครก็ได้ฟังว่า เรื่องนี้มันดีเลิศขนาดไหน หรือมันเลวทรามขนาดใด หรือว่ามันจี๊ดแค่ไหน เราพร้อมที่จะพรั่งพรูความคิดเห็นออกมา ตอนแรกคิดว่า อยากให้Blogของผมเป็นเหมือนที่แลกเปลี่ยนทัศนคติ ผมอยากรู้ว่าคนที่ได้ดูเรื่องเดียวกัน จะรู้สึกอย่างไรบ้าง แต่พอเขียนไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกน้อยใจว่า

'ทำไมคนเข้าBlogเราน้อยจังว่ะ'  'commentก็น้อยเหลือเกิน'  'อยากขึ้น Hot Post เหมือนคนอื่นจัง'

แต่ก็บอกกับตัวเองว่า 'เราเพิ่งเริ่มต้นเอง อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรมาก เขียนๆ ไปเดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเองแหละ'

จะรู้สึกกระชุ่มกระชวยทุกครั้งเวลามีคนมาcomment เมื่อก่อนตอนผมเข้าBlogคนอื่น อ่านจบก็ปิด ไม่เคยcommentให้ใครเลย เพิ่งเข้าใจก็ตอนตัวเองทำBlogนี่แหละ ว่าcommentเป็นสิ่งที่สำคัญของคนทำBlogมากๆ มันทำให้เขามีกำลังใจในการเขียนต่อไป หลังๆเวลาเข้าBlogคนอื่น อ่านจบก็จะcommentให้เสมอ

พอเขียนมาได้เรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องการทำBlogเลย ได้แต่พิมพ์ๆๆ เป็นอย่างเดียว ช่วง2-3อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เลยหาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการทำBlog

'ใส่เพลงยังไง'  'Code HTMLคืออะไร เขียนยังไง'  'CSS ไว้ทำอะไร'  'RSSกับATOM มีไว้ทำไม'  'ทำไมBlogคนอื่นถึงสวยจัง'  'ทำไมBlogของเราถึงบ้านขนาดนี้'  และอื่นๆอีกต่างๆนานา

แต่จนแล้วจนรอดความสงสัยทั้งหมดก็ยังไม่ได้รับคำตอบ (อย่างเดียวที่เพิ่งเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งคือ การใส่tag) ผมก็เลยท้อ 'ทำไมการทำBlogมันยากจังว่ะ'

ผมมาลองพิจารณาบทความทั้งหมดที่ผมเขียนไป ก็รู้สึกอีกว่า

'เรายังเขียนไม่ค่อยดีน่ะ ยังวกวน และยังไม่ชวนอ่านเท่าที่ควร'

เหตุนี้แหละมั้งถึงทำให้มีคนเข้ามาน้อย ผมลองไปแวะเวียนBlogที่เกี่ยวกับหนังของคนอื่น ผมก็รู้สึกเลยว่า ของผมด้อยไปเลย ในเมื่อมันมีบทความที่ดีกว่า เขาจะมาอ่านของเราทำไมว่ะ ผมยังชอบบทความของคนอื่น มากกว่าของที่ตัวเองเขียนเลย ก็เลยเกิดอาการท้อรอบสอง

ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองต้องย้ายไปอยู่ศาลายา 1 ปี ความคิดที่พรั่งพรูออกมามีดังต่อไปนี้

'คงเรียนหนักแน่ๆ'  'เราจะมีเวลาดูหนังเหมือนเดิมมั้ย'  'แล้วBlogละจะเอาเวลาที่ไหนมาเขียน'  เฮ้อ..คิดแล้วก็กลุ้ม จริงๆอยากดูหนังให้มากๆ และอยากฝึกเขียนBlogให้ดีๆด้วย

คิดไปคิดมาก็ได้ขอสรุปว่า จะขอแค่ห่างๆการเขียนBlogเอาไว้ โดยที่ถ้าอยากเขียนมากจริงๆ จะเข้ามาเขียน 

(แล้วผมจะคอยดูอีกทีว่าตัวเองจะห่างการเขียนBlogได้นานแค่ไหน มาพนันกันมั้ย ว่ามันห่างได้ไม่นานหรอก 555+) 

อีกอย่างผมรู้ว่า งานเขียนของผม ยังไม่ค่อยดี ยังใช้ความชอบ ไม่ชอบ ในงานเขียนอยู่ แถมยังไม่ค่อยมีตรรกะ ในเมื่อรู้ตัวว่ายังเขียนไม่ดี ก็เริ่มไม่ค่อยอยากเขียนมากแล้ว แต่ก็ยังอยากเขียนอยู่ (เอ๊ะ! ยังไง) ซึ่งผมทึกทักเอาเองว่า เป็นเพราะยังด้อยประสบการณ์ ยังใช้เวลามองโลก มองผู้คน มองสังคม น้อยเกินไป ผมจะใช้เวลาต่อจากนี้สั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้ที่จะเติบโตมากกว่านี้ และอีกอย่างคือ ไปศึกษาการทำBlogให้มากกว่านี้ เพราะตอนนี้ไม่รู้อะไรเลย

มาถึงตอนนี้ก็ถือว่าใช้เวลาคุ้มค่ามาก ในการทำBlog ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแวะชม และขอบคุณมากกับท่านที่มาcomment ทำให้ผมอยากเขียนต่อไปเรื่อยๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจอกันในเวลาอันใกล้นี้

หมายเหตุ1 :  ขอบคุณมากเป็นพิเศษสำหรับ เพื่อนกาด เพื่อนที่ร่วมหัวจมท้ายกับปฏิบัติการดูหนังตอนอยู่มัธยมปลายด้วยกัน และที่มาคอยcommentให้ทุกอัน (แม้ว่าจะโดนบังคับก็ตาม) ทุกนาทีที่เราอยู่ด้วยกันในโรงหนัง ได้แลกเปลี่ยนทัศนคติต่างๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเรา (เน่าม่ะ..เน่ามาก หมู่นี้ชักจะสรรเสริญ เพื่อนกาดเยอะไปหน่อยแหละ) หวังเป็นอย่างยิ่งยวดว่าจะได้ดูหนังด้วยกันในเวลาอันใกล้นี้

หมายเหตุ2 :  กลัวคนอื่นน้อยใจ ขอขอบคุณท่านเพื่อนที่มีรายนามดังต่อไปนี้ ที่ได้ไปท่องโลกเซลลูลอยด์ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
 

กู๊ด กับการเล่าหนังชั้นยอดตอนม.ต้น / แอ้ม กับการถ่อไปดูหนังที่Houseครั้งแรกในชีวิตและอาการเสี้ยนอยากดู : Brokeback Mountain /
 

กุ้ง เป้ ไนซ์ : หนังควบ / แคท กับการดูหนังโรแมนติก : Just like heaven /
 

บิน กับอาการบิดไปบิดมาในโรง : Babel / ต้า กับการโดนฉุดกระชากลากถูด้วยความจำใจ ทั้งHouseและหนังเทศกาล /
 

เฟิร์น(เจ้าแม่หนังเลือดสาด)กะตาล กับความมันส์สุดตีน : Vacancy+Nana / บี กับการบึ่งรถหลังโรงเรียนเลิก : Superman Returns /
 

มุกกะตาม กับความครื้นเครง : ปิดเทอมใหญ่ฯ / ตั้ม ผู้สันทัดกรณีของเรา /
 

หญิง กับอารมณ์ชื่นชมหนังการ์ตูน / และคนอื่นๆ ที่ขาดตกบกพร่องไป ขออภัยที่ไม่ได้เขียนถึง แน่นอนคุณมีความสำคัญไม่แพ้กัน (แค่ผมจำไม่ได้เท่านั้นเอง)

หมายเหตุ3 :  สุดท้ายขอบคุณ บรรดาภาพยนตร์ทั้งหลาย ที่ทำให้โลกของผม..เอ่อ ดูดีขึ้นเยอะ

edit @ 23 May 2008 10:41:40 by rockalitm

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

confused smile ผมก็เป็นคนหนึ่งเหมือนกันที่ชอบดูหนัง

#1 By poonchano on 2008-05-23 10:40

กรรม = ='' คอมเมนท์ไปแล้วรอบนึง ดันไม่ติดซะงั้น อาจจะมีตกหล่นบ้างนะครับ

ก่อนอื่นขอQuoteคำพูดของคุณจขบ.ก่อนนะครับ

อีกอย่างผมรู้ว่า งานเขียนของผม ยังไม่ค่อยดี ยังใช้ความชอบ ไม่ชอบ ในงานเขียนอยู่

ที่จริงการใช้คำว่าชอบไม่ชอบก็มีข้อดีอยู่แล้วนะครับ เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน เพียงแต่ใส่รายละเอียดลงไปว่าชอบตรงไหน ไม่ชอบตรงไหนน่ะครับ

บางทีการเขียนแบบนักวิจารณ์มากเกินไป เก็บทุกรายละเอียด ที่คนดูบางคนอาจจะไม่ได้สนใจ ก็ทำให้มีทัศนคติต่อหนังเรื่องนั้นๆแตกต่างกัน ซึ่งบางทีคนดูกับนักวิจารณ์อาจจะมองคนละอย่างกันครับ เขียนแบบที่เราถนัดจึงน่าจะดีที่สุด

เป็นกำลังใจให้ครับ ถ้าเขียนบ่อยๆ เดี๋ยวก็เขียนได้ดีขึ้นเองล่ะครับ ช่วงแรกๆที่ผมกลับมาเขียนหลังจากผมเลิกเขียนบล็อกไปเป็นปีๆ ผมก็ไม่ค่อยมีคนอ่าน ไม่ค่อยมีคนคอมเมนท์เหมือนกันครับ confused smile

#2 By SkyKiD on 2008-05-23 13:21