The Strangers : ยิ่งกว่า 'คนแปลกหน้า'
posted on 02 Aug 2008 16:49 by filmmlifประโยคบอกเล่า
# มารู้ตัวอีกที โอ้โห!! ไม่ได้ทำบลอกมาเป็นเดือนแล้ว ที่จริงช่วงนี้ ก็ดูหนังบ่อยน่ะ เพราะเป็นงานอดิเรก ว่างๆจากเลิกเรียน ก็มาดูหนังกับเพื่อนๆ ในหอ ยิ่งเป็นหนังระทึกขวัญด้วยแล้ว ดูกับเพื่อนหลายคน สนุกสุดยอดเลยล่ะ วันก่อนดู P2 ร้องเสียงหลงกับเมท 2 คน สนุกเป็นบ้า...
# เพิ่งผ่านพ้นไปกับการทำข้อสอบครั้งแรกในมหาวิทยาลัย ยากบรม หลังทำข้อสอบแต่ละวิชา อยากร้องไห้เป็นสายเลือด อ่านหนังสือแทบคลั่ง ยิ่งกว่าสอบแอดมิดชั่นเสียอีก นอนตี 2 ทุกคืน แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี ยังคิดอยู่เลยว่า เขาให้เราผ่านเข้ามาเรียนได้อย่างไร เฮ้อ...คิดแล้วกลุ้ม ไม่เป็นไร ไว้ไประทึกกับการฟังผลคะแนนอีกที
# เพื่อนเฟิร์นเลยนัดชวนไปดูหนัง เธออยากดูเป็นพิเศษ ไอ้เราก็คิดว่าน่าสนใจ และจะได้เจอเพื่อนเฟิร์นด้วย อีกอย่างคือ จะได้ผ่อนคลายหลังสอบเสร็จ แต่ดูท่าจะเครียดมากกว่าเดิม

The Strangers (2008) หนังม้ามืดประจำ summer ปีนี้ ด้วยรายได้อยู่ที่ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือว่าเก่งมากๆ สำหรับหนังที่ต้องแย่งตลาดกับหนังฟอร์มยักษ์ช่วงนี้ ผมยังสงสัยอยู่เลยว่า หมู่นี้มักมีหนังแนวนี้ออกมาบ่อยๆ ประเภทบังคับสถานการณ์ให้ตัวละครเอกต้องอยู่แบบจำกัดพื้นที่ หลังจากนั้นก็ไล่ฆ่า ให้คนดูกรี๊ดร้อง อาจจะเป็นเพราะมันสร้างง่ายมั้ง ใช้ทุนต่ำ และเก็บเงินคืนง่าย ช่วงนี้เราจึงเห็นหนังอย่าง Vacancy ห้องว่างให้เชือด (มันส์สุดๆ กดดันสุดๆ คาดว่าความรู้สึกเช่นนี้ต้องดูในโรงเท่านั้น) หรือ P2 ลานสยองจ้องเชือด (อย่างที่กล่าวมาข้างต้น) แน่นอนว่า การที่เราเห็นหนังแบบนี้บ่อยๆ มันไม่ง่ายเลย ที่คนดูจะไม่เบื่อ ผมว่าผู้สร้างคงกดดันมาก กับการหามุกใหม่ๆ มาหลอกคนดู ไม่ว่าจะเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนกระบวนการไล่ฆ่า เปลี่ยนกระบวนการหนี และล่าสุดกับ The Strangers คืนโหด คนแปลกหน้า หนังมาพร้อมกับความใหม่ตรงที่ทำตัวเองให้แปลกตามชื่อเรื่อง
หนังมีพล็อตง่ายๆ ว่าด้วย คู่รักที่ประสบปัญหา หลังกลับเข้าบ้าน มีคนมาเคาะประตู มาตามหาใครคนหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีมนุษย์หน้ากาก 3 คนไล่ฆ่า ดูเผินๆ ก็คงเหมือนหนังแนวนี้ทั่วๆ ไป ใช่ ที่หนังยังส่งผ่านบรรยากาศน่ากลัวให้แก่คนดูได้ดี เห็นได้จากตัวเองที่ปวดฉี่ตั้งแต่ต้นเรื่อง และในโรงหนังหนาวกว่าปกติ ใช่ ที่หนังมีประสิทธิภาพสูงในการทำให้คนดูกรี๊ด เห็นได้จาก ฉากกรี๊ดครั้งแรก คนดูในโรง(ซึ่งมีอยู่พอสมควร) พร้อมใจกันกรี๊ดสุดคอหอย หนึ่งในนั้นคือเสียงแมนแตกของใครบางคน(ซึ่งยังดังไม่เท่าเสียงกรี๊ดของ Liv Tyler สุดสวยอยู่ดี)
หนังพาตัวละครกระเสือกกระสน ดิ้นรน สับสน อลหม่าน จนถึงจุดจบ ที่มาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของตัวละครตัวหนึ่ง จนขึ้นรายชื่อผู้กำกับ ผู้คนในโรงพร้อมใจกันพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมา 'จบแล้วหรอ' 'ยังไงเนี่ย' 'งง' และไม่มีใครยอมลุกไปไหน จนแน่ใจว่า มันไม่มีต่อแล้ว ทุกคนจึงถอดใจกันออกจากโรงในสภาพมีนงง
หนังทิ้งปมต่างๆ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
# เสียงโทรศํพท์หา 911 ตอนเปิดเรื่อง เป็นเสียงใคร ไม่ใช่เสียงนางเอกแน่ๆ เพราะไม่มีประโยคตอนต้นเรื่อง ให้ได้ยินจากปากนางเอกเลย (เพื่อนเฟิร์นตั้งข้อสังเกตว่า 'เป็นเสียงจากบ้านอื่นที่เคยเกิดเหตุแบบเดียวกัน')
# นางเอกมีเหตุผลอันใดที่ไม่รับข้อเสนอของพระเอก
# คนร้ายเข้ามาบ้านได้ยังไงในตอนแรก (งง) และรู้รายละเอียดในบ้านเยอะจัง
# ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยสำหรับการกระทำของคนร้าย (เหตุนี้เองที่คนดูทั้งโรง งง อึน มึน) ((แต่จากการค้นคว้าได้ข้อสรุปว่า หนังประกาศตัวเองว่า inspired by true events หนังเรื่องนี้ จึงไม่มีเหตุผล เหมือนๆ กับผู้ประสบเหตุหลายราย ในแฟ้ม FBI (ตามที่หนังได้เอ่ยตอนต้น) หรือในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่โดนทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล และถ้าคุณสังเกตดีๆ ในใบปิดหนังใบหนึ่งบอกไว้อยู่แล้วว่า 'BECAUSE YOU WERE HOME'))
# ถ้าคุณลืมจดจ้อง ในฉากที่เด็ก 2 คน มาหยุดอยู่ที่รถของพระเอกที่ถูกเผา กระจกรถที่แตก เป็นรอยโหว่รูปหัวใจ จริงๆ นะ เห็นชัดมากเลย เพื่อนเฟิร์นยังทักเหมือนกัน แต่ยังเป็นปริศนาอยู่ว่าทำไม ?
แต่ไม่ว่าหนังจะมึนแค่ไหน ทำตัวแปลกให้คนดูงงเท่าไร แต่หนังที่ดำเนินเรื่องด้วยสองคู่รักละเหี่ยใจ เมื่อฝ่าฟันความโหดร้ายมาด้วยกัน แต่คุณมั่นใจได้เลยว่า หนุ่มสาวคู่นั้นต้องรักกันแนบแน่นในตอนจบ ไม่ว่าจะเป็น Vacancy, The Happening ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้ หนังเหล่านี้ทำให้คำพูดที่ว่า 'คนเราจะมาเห็นใจกัน ก็ตอนที่กำลังจะตายเนี่ยแหละ' ยังคงขลังเหมือนเดิม
หมายเหตุที่หนึ่ง : ในเว็บ wikipedia บอกว่ากำลังจะมี The Strangers 2 ตามมา มีรายละเอียดสั้นๆ ว่าจะฉายปี 2009 ผู้กำกับคนเดิม และเล่าเรื่องราวของผู้ร้ายใส่หน้ากากกลุ่มเดิมแต่ไปสิงสู่บ้านหลังใหม่แทน ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้แค่ไหนนะ
หมายเหตุที่สอง : ลืมบอกไปว่า หลอนแต่ชอบมาก สำหรับหน้ากากแอ๊บแบ๊วของผู้ร้ายทั้งสาม หาได้ที่ไหนเนี่ย สร้างสรรค์ดี แต่ถ้าเจอจริงๆ ก็ตัวใครตัวมันนะ
edit @ 2 Aug 2008 19:19:28 by rockalitm