เคยมั้ย ? ที่อยากดูหนังสักเรื่อง เอาแบบที่ให้อารมณ์แบบนั้น แบบนี้ ตามความต้องการของเรา อาจจะงงๆ ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้อยากดูหนังที่หักมุมสุดฤทธิ์ เอาแบบที่ดูเสร็จอยากคลั่งตาย หรือ ช่วงนี้คิดว่าตัวเองมีความสุขเกินไปหน่อย เลยอยากหาหนังที่รันทด หดหู่ สิ้นหวัง ขมขื่นหัวใจสุดๆ แต่ค้นหาในอินเตอร์เน็ตเท่าไรก็ไม่เจอ ไม่มีเว็บใดที่สามารถแนะนำเราได้ ชิชะ แล้วบอกว่าในโลกไซเบอร์ ‘หาอะไรก็เจอ' โทรหาเพื่อน เพื่อนก็จนปัญญา เลยคิดว่า "ทำเองก็ได้ว่ะ" เลยบังเกิดคอลัมน์ที่ชื่อ 'หนังในหัว' เป็นการรวบรวมหนังที่เคยดู และไม่เคยดู (ที่สำคัญคือ ยังวนเวียนอยู่ในหัวที่มีก้อนสมองอันน้อยนิดอาศัยอยู่) จัดลงในหมวดหมู่ตามความต้องการของตัวเองซะ หวังว่าช่วยแก้ปัญหาของเพื่อนๆ ได้ (ไม่มีใครคิดเหมือนแกหรอก ไอ้บ้า!!) และที่สำคัญคือ อยากเผื่อแผ่หนังที่ตัวเองเคยประทับใจให้แก่เพื่อนๆ ได้ลองดูบ้าง เพราะยังมีหนังดีอีกหลายเรื่อง ที่ใครหลายคนมองข้าม ถ้าเพื่อนๆ อยากดูหนังเรื่องไหนที่ผมแนะนำ ก็คุ้ยหาในแผงขายหนังเอาเองเลย รับรองว่าเจอแน่นอนครับ (แถมถูกอีกต่างหาก) ผมคุ้ยมาแล้วกับมือ หรือจะสั่งทางอินเตอร์เน็ตก็ได้สะดวกดี (แต่จะได้ราคาตามปกนะ) แต่บางเรื่องก็หายากหน่อยครับ เพราะร้านขายมันลึกลับ ซับซ้อน

          ขอประเดิมคอลัมน์ใหม่ล่าสุดด้วย '10 หนัง หลากชีวิต' อาจจะสงสัยกันว่า 'หนังหลากชีวิต' เป็นยังไง เลยจะขอจำกัดความด้วยตัวเองว่า เป็นหนังที่ว่าด้วยความอลหม่านของชีวิต มีตัวละครหลายตัวที่เชื่อมโยงกันด้วยเหตุการณ์หนึ่งหรือมีการพบเจอกัน ทุกตัวละครอาจเจอกันหรือไม่เจอกันทั้งหมดก็ได้ แต่ทุกคนล้วนสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น หนังอย่าง Paris, je t'aime หรือ สี่แพร่ง จึงตกประเด็นไปครับ เพราะเป็นหนังสั้นหลายเรื่องมาต่อกันเฉยๆ 'หนังหลากชีวิต' มักทำให้ผมตื่นเต้นอยู่เสมอ เพราะผมคิดว่ามันทำออกมายากมากกับการที่จะทำให้มันลงตัว และบอกเล่าความเป็นไปของทุกตัวละครได้ครบถ้วน หนังแนวนี้จึงมีกลยุทธ์การเล่าเรื่องที่แพรวพราว น่าติดตาม เห็นว่าเร็วๆ นี้จะมีหนังชื่อ Winged Creatures เข้าฉาย เรื่องประมาณว่า เหตุฆาตกรรมในร้านอาหาร ทำให้ใครหลายคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายต้องมาร่วมชะตากรรม (ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด อยากดูจริงๆ) ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คิดหัวข้อนี้ขึ้นมา

          มาดูเลยดีกว่าว่า 'หนังหลากชีวิต' ในหัวของผมมีเรื่องอะไรกันบ้าง

1. Amores Perros (2000)

     

                หนังภาคแรกในบรรดาไตรภาคหลากชีวิตของผู้กำกับ Alejandro González Iñárritu และคนเขียนบท Guillermo Arriaga ที่ถ่ายทำในบ้านเกิดเม็กซิโก เรื่องราวของ 3 ชีวิตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ หนังพาไปสำรวจชีวิตทั้งสามทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ สะท้อนชีวิตของผู้คนที่ต้องดิ้นรน ฝ่าฟันต่อความทุกข์ยาก ชายหนุ่มจากครอบครัวยากจน นางแบบสาวที่ชีวิตพลิกผัน ชายชราอมทุกข์ผู้มีอดีตอันเจ็บปวด ทั้งสามไม่รู้จักกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือ การต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป นี่คือภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ปี 2001 ที่พาเราร่วมขมขื่นกับชะตากรรมของพวกเขา

2. 21 Grams (2003)

     

                ภาพยนตร์ลำดับที่ 2 ของไตรภาค โดยครั้งนี้ได้ดาราคุณภาพจากฝั่งฮอลลีวูดมาร่วมแสดงทั้ง Sean Penn Naomi Watts และ Benicio Del Toro เล่าเรื่องของอุบัติเหตุรถชนคนที่ชักนำคนแปลกหน้า 3 คน อันประกอบด้วย ชายผู้ถูกเปลี่ยนถ่ายหัวใจดวงใหม่ แม่ผู้สูญเสียลูก และชายนักโทษ ให้ต้องมาร่วมค้นหาความจริงของชีวิต โดยชื่อเรื่อง 21 กรัมคือน้ำหนักของบางสิ่งที่จะหาหายไปทันที หลังจากเราหมดลมหายใจ หนังพาคนดูร่วมค้นหาว่า บางสิ่งที่ว่านั้นคืออะไร แล้วระหว่างความรักกับความแค้น อะไรมีน้ำหนักมากกว่ากัน ถ้าคิดว่าเนื้อหาของหนัง 'หนักอึ้ง' แล้ว หนังซ้ำเติมคนดูด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องที่สับสน อลหม่าน เรื่องราวไม่ปะติดปะต่อ เช่น เมื่อตะกี้ยังเห็นทั้งสามคนอยู่กันคนละที่อยู่เลย แต่ตัดมาอีกฉาก อ้าวเฮ้ย! รู้จักกันตอนไหนว่ะ เปรียบเสมือนหนังทั้งเรื่องคือภาพชิ้นใหญ่ แต่ถูกซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วค่อยเอาวางมาเรียงต่อกัน หลายคนบอกว่า การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้หนังดูสนุกก็จริง แต่มันกลับทำให้คนมองข้ามสารบางอย่างที่หนังต้องการนำเสนอ  ซึงสำหรับผมชอบนะ สนุกกับการปะติดปะต่อเรื่องราว และยังหดหู่กับเรื่องราวได้ด้วย

3. Babel (2006)

     

                ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของไตรภาค ซึ่งได้ดาราดังๆ อย่าง Brad Pitt และ Cate Blanchett ร่วมแสดง และแจ้งเกิดนักแสดงสาวจากแดนปลาดิบ Rinko Kikuchi ที่ส่งให้เธอเข้าชิงสาขานักแสดงสมทบหญิงจากเวทีออสการ์ปี 2007 ซึ่งรวมถึงการเข้าชิงสาขานักแสดงสมทบหญิงอีกหนึ่งรางวัลจากบทบาทของ Adriana Barraza (ป้าผู้รันทด "ผมเสียน้ำตาให้กับฉากของป้านะครับ") และเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่เสียให้ The Departed (เนี่ยนะ!) หลังสิ้นเสียงปืนจากหน้าผา ผู้คนในรถทัวร์พากันแตกตื่น เมื่อพบว่าหญิงสาวคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ นั่นคือจุดหักเหที่ทำให้คน 4 กลุ่มต้องเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่ของชีวิต สามีกับภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บจะทำเช่นไร เมื่อที่นั่นไม่ใช่ประเทศของตน เด็กชายในครอบครัวยากจนกำลังถูกตามล่า ป้ากับลูกชายที่ต้องเดินทางไปต่างเมือง แต่ต้องรับภาระพาเด็กสองคนไปด้วย และสุดท้ายคือ สาววัยรุ่นญี่ปุ่นใจแตก (มันเกี่ยวกันได้ไงว่ะ?) หนังมีประเด็นในเรื่องการสื่อสารคนละภาษา ความทุกข์อันเป็นสากลของมนุษย์ การสูญเสียครั้งใหญ่ ยากนักที่จะนำกลับคืนมา นี่คือหนังในดวงใจของผมครับ

(เพิ่มเติม : Babel คือชื่อหอคอยที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้สูงไปถึงสวรรค์ คิดท้าทายพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงบันดาลให้เกิดภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้มนุษย์สื่อสารกันไม่เข้าใจ การก่อสร้างจึงหยุดชะงักลง มนุษย์ล้มเลิกและแยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานในที่ต่างกัน เป็นเหตุให้ทุกคนไม่รู้จักกัน)

4. Love Actually (2003)

     

                คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้มาก เชื่อว่าคงเคยผ่านหูผ่านตากันหมดแล้ว หนังรักที่ถูกพูดถึงและบอกต่อมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังรักอีกหลายเรื่อง หนังพูดถึงความรักหลากหลายรูปแบบ นับไม่ถ้วน มีตั้งแต่อาการแอบรักของเด็กชายกับสาวฮ็อตในโรงเรียน ไปจนถึงความรักของนายกรัฐมนตรี และไม่จำกัดแค่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น หนังยังนำเสนอความรักในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาส ช่วงเวลาที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า พร้อมที่จะเผื่อแผ่ความรักให้แก่กัน 'ทุกคนล้วนมีหัวใจ และทุกหัวใจล้วนมีรัก'

(เพิ่มเติม : 1. รู้หรือไม่? ว่า Love Actually ที่ฉายในเมืองไทย หายไปหนึ่งคู่ นั่นคือคู่รักนักแสดงหนังโป๊ 2. ตอนเรียนภาษาอังกฤษเทอมแรก มีให้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วสอบ แต่ใครจะอ่านในเมื่อมีหนังให้ดู ตอนนั้นเองที่หนังเรื่องกลายเป็นกระแสในมหิดล และเห็นว่าบางคนได้ดูแบบเวอร์ชั่นเต็มด้วย อิจฉา!)

5. ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น (2551)

     

                นี่คือ หนังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องข้างบนมาแบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงความรักหลายรูปแบบ กลวิธีการเล่าเรื่อง อีกอย่างที่เห็นชัดเลยคือ มีตัวละครในเรื่องดู Love Actually และหยิบวิธีบอกรักในหนังมาทำตาม จริงๆ แล้วปิดเทอมใหญ่ฯ อาจไม่ใช่หนังหลากชีวิตตามแบบที่กล่าวเอาไว้ เพราะตัวละครแต่ละตัวไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไร แต่ด้วยการเล่าแบบนี้เลยดูเหมือนทุกคนสัมพันธ์กัน (เอาว่าผมอยากจัดให้มันอยู่อ่ะ) หนังบอกเล่าความรัก 4 รูปแบบ รักเพื่อน รักที่ต้องแย่งชิง รักแท้แพ้ระยะทาง และรักคลั่งดารา ซึ่งโดยรวมอาจจะยังไม่ค่อยลงตัว แต่ก็ถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะอาการคลั่งดาราของน้องโฟกัส ที่ถือว่าสุดยอดด้วยประการทั้งปวง อีกคู่คือ เพื่อนรัก รักเพื่อน ฉากร้องไห้ในห้องน้ำของ ว่าน รัชชุ โดนใจซะ!

(เพิ่มเติม : หนังเรื่องนี้ทำให้ผมค้นพบว่า เพลงชื่อ ‘หยุด' เราก็ต้องหยุดตามเพลงดิ ทำไมเราไม่เคยคิดเลยว่ะ หรือว่าจริงๆ แล้วเขาทำกันจนเป็นธรรมเนียมไปแล้ว และทำให้เพลงหยุด ของ Groove Riders กลายเป็นเพลงประจำตัวที่ต้องดิ้นให้ได้ในคอนเสิร์ต)

            โปรดติดตามอีก 5 เรื่องในตอนต่อไปครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ในบรรดาหนังทั้งเรื่องนี้ผมชอบ Amores Perros มากที่สุดครับ อาจเพราะมันเป็นหนังที่ดิบและแรงในความรู้สึก รองลงมาคือ 21กรัม ส่วนบาเบลผมกลับเฉยๆซะแล้วล่ะ ^^

Love actually นั้นให้ขึ้นหิ้งหนังรักไปแล้วครับ

ส่วนหนังไทยเรื่องนั้น มันไม่ค่อยน่าจำจำสำหรับผมเอาซะเลยครับ

#1 By Seam - C on 2009-05-04 14:11

R O C K View my profile

Categories