Somersault : คือช่วงเวลาที่ฉันได้เติบโต
posted on 04 May 2009 15:18 by filmmlif in Film
มีใครบางคนเคยพูดไว้ว่า 'ถ้าไม่ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย เราก็คงไม่รู้ซึ้งถึงบทเรียนสำคัญในชีวิต' ลองสมมติเหตุการณ์เหล่านี้ดู คุณรู้อยู่แล้ว อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ คนรอบข้างคุณก็คอยย้ำเตือนตลอดว่า ขับรถระวังๆ นะ แต่เราก็ไม่เคยใส่ใจ ยังทำตามปกติเพราะความเคยชิน แต่เมื่อใดที่คุณประสบอุบัติเหตุจริงๆ และผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ ทัศนคติในการขับรถของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงไป คุณจะระมัดระวังมากขึ้น และนึกถึงคนรอบข้างทุกครั้งก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป หรือลองสมมติอีกเหตุการณ์ คุณอยากบอกรักกับคนที่คุณแอบชอบมานาน และคิดว่าถ้าคุณกล้าจะบอกซะอย่าง อย่างน้อยสาวเจ้าก็คงพอจะเห็นใจอยู่บ้าง แต่เมื่อภารกิจของคุณเสร็จสิ้น แต่ผลลัพธ์กลับทำร้ายคุณ "โคตรเจ็บเลยว่ะ" เมื่อนั้นคุณก็คงจะได้รู้จักกับความพ่ายแพ้ คนเรามันไม่ได้อะไรมาง่ายๆ ยิ่งเป็นเรื่องรักแล้ว มันไม่ง่ายเหมือนในละครหรือหนังหรอกนะ แน่นอนว่าทุกประสบการณ์ มาพร้อมกับบทเรียนจำที่ทำให้เราเติบโต ไม่ใช่ทางอายุแต่เป็นทางความคิด สาธยายมาซะยืดยาว ผมกำลังพูดถึงภาพยนตร์อินดี้จากออสเตรเลียเรื่อง Somersault ขอบอกโลก...ฉันตกหลุมรัก (2004) หนังแนว coming-of-age (ก้าวข้ามพ้นวัย) โครตจี๊ด ที่นานๆ จะหาเจอสักที
หลังจากที่ Heidi (Abbie Cornish) กระทำการผิดพลาด ทำให้แม่ของเธอเสียใจ เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เดินไกลไปต่างเมืองที่ที่เธอไม่คุ้นเคย ไม่มีคนรู้จัก มีเพียงเงินติดตัวเพียงน้อยนิด เธอออกหางานทำ หาที่พัก พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา บางครั้งถึงขนาดต้องยอมเสียตัว ที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่ที่เธอได้ทดลอง ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ได้เรียนรู้และค้นพบสารสำคัญของชีวิต เธอค้นพบความโหดร้าย ความไม่จริงใจของเพื่อนร่วมโลก รู้จักการต่อสู้ ดิ้นรน การดูถูก ความไม่จีรังยั่งยืนของสิ่งรอบตัวแม้กระทั่งความเป็นเพื่อน ความผิดหวัง ความรัก มิตรภาพ การจากลา การเอาใจใส่จิตใจของผู้อื่น และตระหนักได้ว่าที่สุดแล้วใครกันที่ยังรักเธอหมดใจ ทั้งหมดที่กล่าวมาถูกเล่าผ่านแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ เฉกเช่นชีวิตประจำวันของเด็กสาวคนนึง ไม่มีฉากตื่นเต้น และถึงแม้จะไร้ซึ่งฉากสะเทือนใจ แต่มันช่างสะเทือนอารมณ์คนดูอย่างผมยิ่งนัก ทุกสิ่งที่เธอพานพบในช่วงเวลาสั้นๆ ล้วนเต็มไปด้วยสารมากมาย ที่ไม่เพียงแต่ Heidi จะได้รับ แต่ยังใจดีเผื่อแผ่สารเหล่านี้ให้คนดูนำไปครุ่นคิด และเติบโตไปพร้อมกับเธอ
การอบรมสั่งสอนสักกี่ร้อยครั้ง ก็ไม่เท่ากับการประสบพบเจอด้วยตนเอง เผชิญกับความทุกข์ยาก ดูจะทำให้บทเรียนครั้งนี้มีคุณค่า ทำให้เธอแข็งแกร่ง และเติบโตอีกหนึ่งขั้น (ผมขอเปรียบกับเกมโปเกม่อน ถ้าใครเคยเล่นก็จะรู้ว่า กว่าเราจะเลี้ยงโปเกม่อนสักตัวให้แข็งแกร่งได้ก็ต้องเจอกับคู่ต่อสู้มากมาย เก็บค่าประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เมื่อโตขึ้นอีกหนี่งเลเวล โปเกม่อนตัวนั้นอาจได้เรียนรู้ท่าต่อสู้ใหม่ๆ หรืออาจได้เปลี่ยนร่าง ซึ่งนั่นบ่งบอกถึงความบากบั่น พยายาม และกล้าที่จะเดินทางออกสู่โลกกว้างด้วยตัวเอง) ตัวละครอย่าง Heidi คือตัวแทนของวัยรุ่นที่ครึ่งหนึ่งในตัวยังเป็นเด็กที่มีความคิดที่ยังไม่รอบคอบ แก้ปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ ไร้สติ และควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ส่วนอีกครึ่งคือ ความเป็นผู้ใหญ่ กล้าเสี่ยง พร้อมที่จะดำเนินชีวิตในสังคมได้ด้วยตัวเอง มีความรับผิดชอบ ขอเพียงเวลาเก็บข้อมูล รวบรวมประสบการณ์อีกสักพัก ใบหน้าของเธอตอนท้ายเรื่อง เหมือนจะบอกให้คนดูอย่างเราๆ เชื่อมั่นในตัวเธอว่า "ฉันจะได้กลับไปเป็น Heidi คนเดิมอีกครั้ง แต่มุมมองและทัศนคติใหม่ๆ ที่ฉันได้รับในช่วงเวลาที่ผ่านมา จะทำให้ฉันเติบโตขึ้นอีกหนึ่งขั้นแน่นอน ฉันจะไม่เหลวไหล คุณมั่นใจได้"
นี้คือภาพยนตร์อีกเรื่องที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้คุ้มค่า เป็นมากกว่าแค่ความบันเทิงดาษดื่นทั่วไป และขอยืนยันอีกครั้งว่า หนังเรื่องนี้จี๊ดโดนใจ
(หมายเหตุ : ฉากที่ Heidi ฉีดน้ำใส่กระจกที่อีกฟากของกระจกมีเพื่อนรักของเธอยืนอยู่ แต่มาผิดใจกันด้วยการถูกใส่ร้าย Heidi เลยฉีดน้ำใส่ คล้ายจะบอกว่า กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นจงละลายหายไปซะ ผลลัพธ์คือ ฉากนี้จี๊ดซะ)
ทั้งๆที่หยิบผ่านหลายรอบมากๆ
#1 By Seam - C on 2009-05-07 19:32