Departures : เราล้วนอยู่เพื่อออกเดินทางไกล
posted on 02 Aug 2009 14:37 by filmmlif in Film
"เราล้วนอยู่เพื่อไปต่อ" - ปาวีณ รัศมี -
เราไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินข้อความนี้มาแล้วกี่ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดที่เราได้สัมผัสแล้วรู้สึกดีเหลือเกิน อยู่ในหน้า wake up! ของนิตยสาร a day เล่มที่ 106 (ว่าด้วยเรื่องถนนข้าวสาร) โดยบรรณาธิการเฉพาะกิจจาก a team junior รุ่นที่ 6 แม้ว่าข้อความข้างต้นจะถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่ต่างออกไป แต่เรารู้สึกว่ามันสื่อความหมายอีกนัยได้ตรงกับภาพยนตร์ที่เราเพิ่งได้ดูมาเป็นอย่างมาก
Departures หรือ Okuribito (2008) คือหนังญี่ปุ่นที่ดันเดินทางไกลไปคว้าชัยภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ และถูกบอกกันปากต่อปากเมื่อเข้ามาฉายที่เมืองไทย ทำให้ยืนโรงฉายนานกว่า 1 เดือน และนี่ก็คงเป็นอาทิตย์สุดท้ายที่หนังจะฉาย (เพราะเหลือรอบเดียวแล้ว) เราดีใจที่มีโอกาสได้ไปดู โดยครั้งนี้หนีบน้องในคณะไปดูด้วย
หนังเล่าเรื่องของนักดนตรีเชลโล่ตกงาน เลยกลับบ้านเกิด ที่นี่เขาได้พบอาชีพใหม่คือ "โนคังฉิ" หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ "คนทำศพ" ซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดนึกว่าเป็นบริษัททัวร์ (Departures แปลว่า การออกเดินทาง, การตาย) และยังได้พบกับอดีตอันดำมืดของเขา เนื้อเรื่องภาพรวมไม่มีอะไรเข้าใจยาก แต่เราอยากเอ่ยถึงสารที่หนังเรื่องนี้มอบให้กับคนดูที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมมากกว่า
หนังเน้นย้ำประเด็นของการออกเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางกลับบ้านเกิดของตัวเอก อันเป็นการเดินทางกลับสู่ความหลังที่เคยทอดทิ้งมานาน การออกเดินทางร่วมของภรรยา ที่ครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าเธอจะยอมรับในตัวสามีและสิ่งที่เป็นไปได้หรือไม่ การเดินหน้าร่วมอาชีพของคนทั้งสามในบริษัทรับทำศพ การหยุดอยู่ที่เดิมแต่ใจมุ่งมั่นเดินหน้าทำในสิ่งที่ตนรักของคุณป้าโรงอาบน้ำ และการออกเดินทางไกลของคนตาย ซึ่งเราขอเรียกพวกเขาว่า "ผู้จากลา" หน้าที่ของอาชีพ"โนคังฉิ" มีเพื่อตระเตรียมทุกสิ่งอย่างทั้งแต่งหน้า แต่งตัวให้ผู้จากลาพร้อมที่จะออกเดินทาง โดยนำเสนอพิธีกรรมอันประณีต บรรจง และทำให้เรารู้สึกศรัทธาในอาชีพนี้
จริงอยู่ที่เราจะเสียใจกับการจากไปของใครสักคน แต่ในห้วงเวลาเดียวกัน เราก็ควรจะยินดีกับเขาที่ได้ออกเดินทางไกลอย่างอิสระโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเป็นครั้งแรกของชีวิต และถ้าเขาคือผู้เป็นที่รักของใครสักคนหรือของใครหลายๆ คน เราก็ควรจะมีความสุขกับสิ่งที่เขาเคยทำให้เรา มีบางทีที่เราอาจจะไม่เห็นคุณค่าเลยกับสิ่งที่เขาทำให้เราเมื่อคราวที่ยังไม่จากลา แต่เมื่อคราวบอกลามาถึง สิ่งที่เขาทิ้งไว้จะยังคงอยู่ที่เดิม แต่กลับประจักษ์ ชัดแจ้งให้ผู้คนที่ยังอยู่ได้ตระหนักและระลึกถึงพลังและความยิ่งใหญ่ที่เขามอบให้ เราก็ควรจะดีใจว่าก่อนออกเดินทาง เขาทำหน้าที่ของเขาได้อย่างเต็มที่แล้ว หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงการทำความดีโดยตรง แต่การจากไปของผู้คนหลายๆ คนในเรื่อง ก็ทำให้เราตระหนักได้ว่า สิ่งสุดท้ายที่ผู้จากลาจะเอาติดตัวไปด้วยได้ แถมยังเผื่อแผ่สิ่งนั้นให้ติดอยู่ในใจของผู้ที่ยังไม่ออกเดินทางไปอีกนาน สิ่งนั้นเรียกว่า "ความดี"
สิ่งสุดท้ายที่ผู้จากลาอยากได้ก็คงจะเป็นคำพูดเพียงไม่กี่คำจากคนที่เขารัก ซึ่งถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว ผู้จากลาอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวออกเดินทาง และไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าข้อความนั้นเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ เราเชื่อว่าผู้จากลาก็คงก็คงรับรู้ได้ และเป็นเหมือนกำลังใจให้พร้อมที่จะออกเดินทางไกลอย่างสวัสดิภาพ "ขอบคุณนะ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"
คนตายไม่ได้หายไปไหน แต่เขาเพียงกำลังออกเดินทางไกลไปสถานที่แห่งใหม่ แล้วทิ้งทุกสิ่งที่เคยทำไว้ในที่แห่งเดิมให้คนรอบข้างได้เก็บเกี่ยว ไม่เว้นแม้แต่ความดี นี่คือบทเรียนราคาไม่แพง (แค่ 100 บาท) ของคนตายให้คนอยู่ จากหนังญี่ปุ่นเล็กๆ แต่ใจใหญ่เรื่องนี้ครับ
ทิ้งท้าย : 1. เสียงสะอื้นเต็มโรง เป็นตัวบอกได้ดีว่า หนังทรงประสิทธิภาพ และเราเชื่อว่าใบหน้าที่อาบน้ำตาของพวกเขา (รวมถึงเรา) เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม และรู้สึกยินดีกลับการจากไปของผู้จากลาเป็นแน่แท้
2. เสียงเชลโล่ในเรื่องสอดรับกับเนื้อหาของหนังได้เป็นอย่างดี และเรื่องก้อนหินอันเป็นประเด็นเล็กๆ ก็จี๊ดโดนใจมาก

#1 By J_korn on 2009-08-02 15:38