(6)(7)

(6) A Nightmare on Elm Street (2010 / กำกับ : Samuel Bayer เขียนบท : Wesley Strick, Eric Heisserer)

ใคร : เราและน้อง

ทำอะไร : ไปดูหนังให้หายอยาก ก่อนเปิดเทอม

ที่ไหน : SF เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

เมื่อไร : วันที่เหตุการณ์บ้านเมืองยังคุกรุ่น ห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการถึงแค่ 6 โมงเย็น ซึ่งเราเห็นว่าน่าตื่นเต้นมาก ได้ดูหนังรอบสุดท้ายของวัน ออกมาจากโรงหนังตอน 5 โมงเย็น แต่ไม่เหลือใครอยู่ในห้างเลย

อย่างไร : เราไม่เคยดูฉบับเก่า แต่ที่เคยผ่านตามาบ้าง ขอสรุปว่า ฉบับยกเครื่องใหม่นี้ พี่เฟร็ดดี้ดูหน้าตาแปลกๆ ไม่ยียวนกวนประสาทเท่า และอารมณ์ตลกร้ายแบบโหดๆ หายไปไหนหมด แถมมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง (เป็นปัญหาเดียวกับ The Davinci Code ที่อะไรๆ ก็หาเจออย่างง่ายดาย เพียงแค่มี Search Engine) แต่ก็พอดูได้เพลินๆ เพราะฉันกับน้องกลัวง่ายอยู่แล้ว

(7) เมล์นรก หมวยยกล้อ (2550 / กำกับและเขียนบท : กิตติกร เลียวศิริกุล)

ใคร : ฉันและน้อง

ทำอะไร : ดูหนังทางช่อง 3

ที่ไหน : บ้าน ช่วงนั้นใครจะออกไปไหนได้

เมื่อไร : วันที่ช่อง 3 สามารถออกอากาศได้ตามปกติ และฉายแต่หนังไทยทั้งวันเลย

อย่างไร : รถเมล์ในเรื่องคือตัวแทนของประเทศ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไรก็ยังปรากฏเค้าลางเหมือนเช่นรถเมล์คันนั้น หนังฉาบหน้าด้วยความตลก แต่แฝงไปด้วยการเมือง ขอพื้นที่ให้กับหนังการเมืองบนประเทศนี้หน่อย

(8)(9)

(8) Always - Sunset on Third Street (2005 / กำกับ : Takashi Yamazaki เขียนบท : Takashi Yamazaki, Ryota Kosawa)

ใคร : เราและพองเพื่อนทำ Lab กลุ่ม B

ทำอะไร : จัดเทศกาล PharmaFilm ที่นานทีปีหน จะเกิดขึ้นสักครั้ง กระชับพื้นที่ของเพื่อนๆ ด้วยการยัดเยียด (ด้วยความพึงพอใจ) ให้ดูหนัง โดยมีเราเป็นประธานจัดเทศกาล   

ที่ไหน : ยึดพื้นที่ห้องเรียนเลกเชอร์ เปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศ 

เมื่อไร : วันที่กลุ่ม B ต้องไปทำ Lab ตอนบ่าย ว่าด้วยหนูตัวน้อยๆ ต้องเสียสละชีวิตให้เราศึกษาการหดตัวของลำไส้

อย่างไร : ปรากฏว่าคำสรรเสริญเยินยอที่ได้ยินมานานนมของหนังเรื่องนี้ มลายหายไปกับความคิดที่ว่า ‘ฉันไม่ชอบหนังเรื่องนี้เอาซะเลย' มันคือหนังอบอุ่นที่ดูได้เรื่อยๆ ความประทับใจมาเป็นห้วงๆ แต่พอประกอบเข้าทั้งเรื่อง ไม่เข้าท่าแหะ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือหนังดี มีช่วงเวลาดีๆ ในหนัง และก็มีช่วงเวลาที่เกินๆ ยังไงไม่รู้ กะจะเอาให้เราร้องไห้ตายนะสิ หึๆ ไม่ได้แอ้มซะหรอก

(9) The Mist (2007 / กำกับและเขียนบท : Frank Darabont)

ใคร : เรา

ทำอะไร : ทำกิจกรรมที่ชอบมาก คือการดูหนังช่วง Big cinema และเป็นการดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง    

ที่ไหน : ห้องของเราในบ้าน 

เมื่อไร : กลางดึกคืนสงัด แท้จริงแล้วค่ำคืนนั้นเราต้องอ่านหนังสือสอบ แต่เพราะหนังมันสนุกเกินห้ามใจ

อย่างไร : ให้ความรู้สึกเลวร้ายกับชีวิตเฉกเช่นเมื่อตอนดูครั้งแรก ต่างตรงที่เรารู้ตอนจบอยู่แล้ว อยากเล่าบรรยากาศตอนดูครั้งแรกหน่อย ดูกับรูมเมทที่หอ และทั้งคู่ก็ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างรุนแรง พอถึงตอนจบเท่านั้นแหละ ทั้งเราและรูมเมทระเบิดเสียงแผดก้องไปทั่วตึก เราร้องเสียงหลง ส่วนรูมเมทร้องเป็นบ้าเป็นหลัง เป็นฉากหนึ่งของชีวิตที่ฮามาก และแสดงให้เห็นว่าหนังมันทรงพลังอย่างแรง ส่วนการดูครั้งนี้ ยังตึงเครียดเหมือนเดิม น่าจะมากกว่าอ่านหนังสือสอบอีก (ฮา) เรามั่นใจว่าเหตุการณ์ในหนังเทียบได้เลยกับชีวิตจริง คนเราเวลาคับขัน ไร้ที่พึ่ง เราก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า น่ากลัวมากกว่าสัตว์ประหลาดในเรื่องซะอีก และตอนจบเป็นอะไรที่สุดๆ ไปเลย หนังตั้งคำถามให้เราว่า เมื่อถึงเวลาไร้ทางออกเราจะทำอย่างนั้นหรือเปล่า ซึ่งถึงตอนนี้เราก็ยังหาคำตอบไม่พบ

(10)(11)

(10) Kaidan (2007 / กำกับ : Hideo Nakata เขียนบท : Satoko Okudera)

ใคร : เราผู้เดียว

ทำอะไร : ดูหนังฉลองสอบเสร็จ แต่ฉลองอยู่คนเดียวเนี่ยนะ!

ที่ไหน : ดั้นด้นเดินทางไกลถึงโรงภาพยนตร์ House แสนรัก     

เมื่อไร : หลังวันสอบเสร็จ

อย่างไร : จุดประสงค์คือไปเอาเสื้อ House และถือโอกาสดูหนังด้วยซะเลย นานทีปีหนที่เราจะมาที่โรงหนังนี้ หนังที่เราดูเป็นของผู้กำกับต้นฉบับความสยอง The Ring เชียวนะ ชอบมากแต่ไม่เคยดูภาคญี่ปุ่น เคยดูแต่ภาคฝรั่งรีเมคซึ่งสยองมาก อ่อ เคยดู The Ring Two ด้วยที่พี่เขาไปทำให้ฝรั่งเลย ซึ่งทำได้แค่ระดับมาตรฐานมาก พี่แกกลับมาคราวนี้ เป็นโอกาสดีที่จะได้ดูซะหน่อย หนังเล่าเรื่องของคำสาปแช่งที่หญิงสาวมีให้แก่ชายผู้เป็นที่รักยิ่ง เข้าข่ายเพราะรักมากจึงเกลียดมาก หนังสนุกสนานดีทีเดียว แม้ว่าสิ่งที่เขาเล่าดูจะเป็นความสยองที่พบได้ดาษดื่น แต่พอผนวกกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ เลยทำให้เรารู้สึกสยองขึ้นมาอีกระดับ บทดูพิกลหน่อยๆ แต่ไม่เป็นไรพอให้อภัย เอาเป็นว่าน่าสนใจในความเป็นหนังสยองโบราณที่ในรอบชีวิตของเราไม่เคยได้ดูมาก่อน เราอยากเห็นพี่ผู้กำกับคนนี้กลับมาเจ๋งเป้งอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่เรื่องนี้

อยากเพิ่มเติม : จากการค้นข้อมูลพบว่าหนังเก่ามาก เพิ่งเวียนมาบรรจบให้คนไทยได้ดูตอนปี 2553 เนี่ยนะ

(11) Law Abiding Citizen (2009 / กำกับ : F. Gary Gray เขียนบท : Kurt Wimmer)

ใคร : ผมและผมอีกคนในกระจก

ทำอะไร : หยิบหนังที่ยืมเขามานานออกมาดู ดองจนเค็มได้ที่

ที่ไหน : ในห้องสี่เหลี่ยมเดียวดาย

เมื่อไร : วันเข้าพรรษา ปี 2553

อย่างไร : ดูเอาบันเทิงได้อารมณ์สุดใจ ถือเป็นมวยถูกคู่ระหว่าง Jamie Foxx และ Gerard Butler หักเหลี่ยม เฉือดเฉือน มันหยดติ๋งๆ แต่ถ้าดูเอาเรื่อง หนังก็พอเอาไว้ในการให้ประเด็นความถูกต้องกับความยุติธรรมมักสวนทางกันบนเส้นทางของกฏหมาย มันยากที่จะอธิบายว่าฝ่ายไหนผิด ฝ่ายไหนถูก แต่ผมขอค้านในสิ่งที่ตัวละครของ Gerard Butler กระทำ ผมว่ามันเกินไป และหนังก็นำเสนอให้เห็นเพียงมิติเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกของภาพยนตร์ ผมเลยขอตัดสินว่าดูเอาบันเทิงน่าจะเหมาะกว่า (ฉากเผาห้องขังส่งท้ายตระการตามาก)

Comment

Comment:

Tweet

1. พี่ทำให้กลับมานึกถึงเรื่อง "เมล์นรก" อีกครั้ง
2. Law of abiding citizen สนุกดี ชอบๆ
แต่มันก็เหนือความเปนจริงไปหน่อย

ช่วงนี้ดีวีดีและหนังโรงที่ได้ดู คือ Conan the movie 9-13,
Nightmare before christmas, คอนเสิร์ต 25 ปีไมโคร และ Inception.

#2 By typicaltomato (183.89.143.138) on 2010-07-31 23:42

เมล์นรก หมวยยกล้อ - ได้ดูอีกรอบทางช่องสามเหมือนกันคัรบ เป็นการฉายที่ตรงช่วงเวลามากๆ

Always - Sunset on Third Street - เราก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยโดนกับหนังเรื่องนี้

The Mist - สุดๆครับเรื่องนี้

big smile

#1 By Seam - C on 2010-07-29 09:01

R O C K View my profile