(ข้อความต่อไปนี้พิมพ์ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวล้วนๆ ปราศจากความยินดีปรีดาเจือปน และไม่ขอเตือนว่าจะเปิดเผยเนื้อหาใดๆ ของหนัง อยากอ่านก็อ่าน ไม่ต้องใส่ใจหนังง่อยๆ อย่างนี้หรอก)

  

Paranormal Activity คืออะไรหรอ?

Paranormal Activity คือ หนังป่วยๆ ทำทีเป็นเทปลับสยองขวัญของจริงที่ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ใดมาก่อน เสียงลือเสียงเล่าอ้างก่อนออกฉายในวงกว้างต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ซึ่งช่วยโหมกระพือความอยากรู้อยากเห็นของประชาชนคนดูหนัง จนเมื่อถึงเวลาให้ทั่วโลกได้สัมผัสความสยองในปี 2009 (2552) แน่นอนว่าทำกำไรบานเบอะ มีแถลงการณ์จากผู้สร้างว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นคือ สิ่งประดิษฐ์ เด็กหนุ่มผู้เข้าโรงดูเฉพาะหนังผี จึงไม่พลาด

Paranormal Activity คือ หนังที่ทำให้เด็กหนุ่มกับเพื่อนชี้โน่นชี้นี่ โหวกเหวกโวยวาย ครางเสียงหลงอย่างหน้าไม่อายในโรงหนัง เป็นประสบการณ์ที่ผมยังไม่เคยลืม

Paranormal Activity คือ หนังที่ถ้าพลาดจากการชมในโรงหนังแล้ว ก็ไม่แนะนำให้หาแผ่นมาดูในครัวเรือนที่แสงแดดส่องถึง ไม่ใช่ว่าเทคนิคพิเศษตระการตาหรอกนะ ผีสักตัวยังไม่เห็นเลย แต่บรรยากาศมันไม่ได้จริงๆ จะพาลกลายเป็นความน่าเบื่อให้คุณได้ก่นด่ามากกว่า เว้นเสียแต่คุณจะใจกล้า ดูตอนกลางคืน ปิดไฟให้หมดบ้าน

Paranormal Activity คือ หนังที่จนถึงบัดนี้ปี 2011 (2554) ออกลูกหลานมาแล้ว 3 ภาคอเมริกัน + 1 ภาคญี่ปุ่น -- 2 ภาคแรก (อเมริกัน) เด็กหนุ่มดูด้วยความหฤหรรษ์ นับถือผู้สร้างที่ใช้มันสมองในการเล่าเรื่องมากกว่าความสยองโง่ๆ ที่มาพร้อมดนตรีตุ้งแช่แย่ๆ ใจจดจ่อที่จะได้ชมภาค 3 (กำลังฉาย) – แต่หลังจากดูจบ ทุกอย่างก็พังทลายย่อยยับแหลกละเอียดเป็นผุยผง! (เลยพลอยทำให้ไม่อยากดูภาคญี่ปุ่นที่กำลังฉายอยู่เช่นกัน)

 

สิ่งไหนหรือที่เรียกว่าน่ากลัว?

ภาคแรก คือ สุดยอดความสยองชวนสงสัย เรื่องเล่าเต็มไปด้วยความลับ การเต้นของหัวใจอยู่ในระดับทะลุโลก

ภาคสอง คือ ความสยองชวนสงสัยบางส่วนถูกคลี่คลาย การเต้นของหัวใจอยู่ในระดับสูงแต่ไม่ทะลุโลก แม้ว่าทุกฉากจะจัดหนักกว่าก็ตาม ก็พอเข้าใจได้เพราะของมันมาทีหลัง แต่ยังพึงพอใจ

ก่อนเข้าโรงชมภาคสาม ไม่ได้หวังระดับการเต้นของหัวใจเท่าสองภาคแรกด้วยซ้ำ ขอเพียงเรื่องเล่าที่มีมิติก็พอ

ครึ่งแรกผ่านไปกับมุมมองกล้องแบบใหม่ที่โครตน่าสะพรึง แต่ใครจะเชื่อ หนังมีวัตถุดิบชั้นดีขนาดนี้ แต่ดันใช้ไม่คุ้มค่าซะงั้น จังหวะที่ตั้งใจให้คนดูสะดุ้งโหยงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ก็ทำได้แค่ระคายผิว เพราะดันพลาดยอมปล่อยให้คนดูป้องกันตัวก่อนที่ภัยจะมา ซึ่งผิดมหันต์! สิริรวมระดับการเต้นของหัวใจยังปกติ แต่ไม่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ ยอมรับได้ เข้าใจได้ นี่ก็ใจดีสุดๆ แล้วนะ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำกับผมได้

 

ใครไปทำบ้าอะไรกับหนังเรื่องนี้?

ถ้ามีใครบอกว่า ‘ให้แยกวิจารณ์เป็นแต่ละภาคสิ ภาคนี้ก็หนังเรื่องหนึ่ง ภาคก่อนก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง จะเหมือนกันได้อย่างไร’ ผมขอค้าน!

หนังชุดนี้ไม่ใช่ X-Men ที่แต่ละภาคมีความต่อเนื่องกันจริง แต่ในภาคต่อก็มีเรื่องใหม่เพิ่มเติมเข้ามา

หนังชุดนี้ไม่ใช่ James Bond ที่แต่ละภาคเล่าเรื่องใหม่ตลอด คงไว้แต่กลิ่นอายของตัวละคร

ถ้าคุณติดตามมาทุกภาค (แบบผม) คงทราบดีว่า ทุกภาคมันเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่มีเรื่องเล่าที่เพิ่มเติมเข้ามาแต่ละภาค มีแต่ข้อมูลที่รอการเปิดเผย ขอยกตัวอย่างเช่น ปริศนาเรื่องรูปถ่ายวัยเด็กมาอยู่ในบ้านได้ยังไงถูกเฉลยในภาค 2 แล้วภาค 3 เราอยากเห็นอะไร?

เรารู้อยู่แล้วว่า แม่ของตัวละหลักจากสองภาคแรกทำสัญญาบางอย่างกับภูตผีปีศาจ เพราะฉะนั้น เราควรได้รู้ว่า สัญญานี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร (ยกเว้นผู้ชมที่เข้ามาชมครั้งแรกคงไม่เกิดความคาดหวังใดๆ) แต่ผลลัพธ์ที่หนังให้ ห่างไกลจากสิ่งคิดไว้เหลือเกิน นอกจากจะไม่รู้อะไรเพิ่มแล้ว ยังจะพาลให้ชุดข้อมูลที่เคยรับรู้รวนเรเซซวน ความสัมพันธ์ที่เคยร้อยโยงไว้ถูกสลับสับเปลี่ยน ปริศนาถูกลากยาวต่อไป ไร้คำตอบที่เคยใฝ่ฝันไว้ ทำเหมือนกับว่าเป็นภาคแรก โอ๊ะ! หรือว่า ยังมีวีดีโอผีหลอกอีกสิบๆ ม้วน ไม่นะ ผีหลอกคนยังพอเข้าใจ แต่คน (ทำหนัง) หลอกคน (จ่ายค่าตั๋วหน้าโง่) ผมไม่ยอม ขอต่อต้าน!

 
(อ่านต่อฉบับหน้า)

Comment

Comment:

Tweet

R O C K View my profile