สี่แพร่ง : 4 วิธีที่ทำให้คุณตกใจ
posted on 02 May 2008 12:56 by filmmlifคำเตือน บทความชิ้นนี้ไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของหนัง แต่แนะนำว่าดูมาก่อนแล้วจะดีมาก
ไปดูมาแล้ว!! ตามกระแสสังคม กับหนัง 'สี่แพร่ง' (2008) เห็นใครๆ ต่างพากันชอบอกชอบใจ หนังมีชื่อสากลอันสร้างสรรค์ว่า '4bia' (เท่กว่านี้มีอีกมั้ย) แต่อย่านึกน่ะว่าผมจะชอบไปซะหมด
ตอนที่ 1 เหงา ___ ผู้กำกับ : ยงยุทธ ทองกองทุน
หนังเริ่มต้นด้วยอาการเหงาของหญิงสาวนางหนึ่ง ซึ่งมาพร้อมกับการแสดงที่ขอปรบมือของ คุณเอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน ที่ทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับเธอทุกฉาก หนังยังมีมุกเด็ดด้วยเสียงร้องอันน่ารักที่เต็มไปด้วยอารมณ์กลัวของคุณเอ๋ ที่ทำให้ทั้งโรงฮาครืน ทั้งๆที่คนดูก็กำลังกลัวอยู่ด้วย (สุดยอด..กลัวก็กลัวน่ะ แต่อยากฮาด้วย) และแน่นอนฉากไคลแมกซ์ที่ทำให้คนทั้งโรงสะดุ้งโหยง ที่ดูมีประสิทธิภาพมากๆ แต่..หลังจากตัวเองกลัวจดหัวหดเสร็จ ก็มานึกได้ว่า 'แค่ตกใจ แค่เนี้ย ไม่เห็นจะมีอะไรเลย' มันเป็นการตกใจที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งผมเสียดายกับการปูเรื่องมาดีมาก แต่มาจบด้วยแค่มุกบ้านๆ เฮ้อ..เอาเป็นว่า ประทับใจการแสดง แต่ไม่ประทับใจบทสรุป
หมายเหตุ : คือพูดในฐานะคนดูน่ะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ยอมให้เครดิตแก่หนังสั้นเรื่อง'เหงา' ถึงแม้ตัวเองจะซื้อพล็อตมาแล้วก็เหอะ ติดตามหนังสั้นเรื่องนี้ได้ที่ http://video.mthai.com/player.php?id=23M1188968984M0 (ขอบคุณ'คุณตั้ม'ผู้สันทัดกรณีของเรา ที่ส่งหนังสั้นเรื่องนี้มาให้ดู)
ตอนที่ 2 ยันต์สั่งตาย ___ ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา
ผมได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนแล้ว อยู่ในหนังสือการ์ตูน 'จิตหลุด' ของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์(โฆษณาให้เลย ของเขาดีจริงน่ะ) ในการ์ตูนใช้ชื่อว่า 'อย่าอ่านชะตาจะขาด' พอมากลายเป็นหนังก็สนุกดีน่ะครับ ตื่นเต้นเลือดสาด หนังแทบถอดแต่ละหน้าของการ์ตูนเอามาขึ้นจอ รวมทั้งตอนจบที่เหมือนกันเด๊ะ แต่..ได้อารมณ์ไม่เหมือนกันแฮะ ผมขอเล่านิดนึง ตอนผมอ่านการ์ตูน พออ่านจบปุ๊บ ผมขว้างหนังสือทิ้งเลย แล้วความคิดแรกที่ผุดเข้ามาในสมองคือ 'แล้วกูจะตายมั้ยว่ะ' พร้อมอารมณ์กลัวสุดขีด ทั้งๆที่หนังใช้กลยุทธ์เดียวกันแต่มันไม่ใช่เลยอ่ะ คนดูกรี๊ดทั้งโรงก็จริงแต่ผมเชื่อว่ามันไม่ได้เกิดจากการกลัว แต่เกิดจากการตกใจมากกว่าที่มันพรึ่บเข้ามาบวกกับเสียงอันอึกทึก ผมอยากให้คนดูได้ความรู้สึกเหมือนที่ผมอ่านจัง ผมว่าน่ะ อาจเกิดจากการที่หนังไม่ให้คนดูได้ทำความความคุ้นเคยกับ 'สิ่งนั้น' เลย ทำให้ไม่กลัวแบบหลอน ได้แค่ตกใจนิดหน่อยแล้วก็ผ่านเลยไป เฮ้อ..ผมจะสนุกอยู่แล้วเชียว เพราะตอนแรกเลือดเต็มจอเลย ผมล่ะชอบ แต่พอยังงี้ก็เซ็งเลย แถมตอนท้ายยังมี CG อันตระการตา (ยังกะหลุดมาจากเกมตู้ House of the dead ยังไงยังงั้นเลย) เลยทำให้หนังลดความสยองลงไปหลายเลย
หมายเหตุ : ตอนแรกผมว่าจะหงุดหงิดอีกแหละ ที่หนังไม่ยอมให้เครดิตการ์ตูนเลย ไม่ว่าจะออกสื่อใดๆ แต่มารู้ทีหลังว่าคุณเอกสิทธิ์มาเขียนบทให้เอง ก็โอเคอ่ะ (ติดตามบลอกของคุณเอกสิทธิ์ได้ที่ http://eakasit.exteen. com)
ตอนที่ 3 คนกลาง ___ ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล
ผมว่าพื้นฐานจริงๆแล้วมันเป็นหนังตลกน่ะ แค่มีผีเป็นพล็อตรอง ซึ่งพอจะสยองก็สยองจริงจังจนผมนั่งไม่ติดที่ พอจะขำก็ขำแบบสุดลิ่มทิ่มประตู คนดูในโรงก็ร่วมทั้งขำ ทั้งกลัวร่วมกัน หนังมีส่วนผสมที่แปลกใหม่ เลยทำให้เรื่องนี้โดดเด้งขึ้นมาในสายตาผมทันที แล้วแต่ละมุกที่เล่นก็ฮาได้ใจ ทั้งๆที่บรรยากาศความสยองยังอยู่เต็มไปหมด จนบางทีผมยังบอกว่า 'พี่ค้าบ จะฮาไปถึงไหน กลัวจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาฮาอีก' พอถึงการเฉลยก็น่ะ เอาของเขามาเลย ล้อกันเต็มที่ ผมว่ามันดูเหมือนเป็นการคารวะมากกว่าน่ะ ผมว่าคนเขียนบทหรือ ผกก. ต้องชอบหนังเรื่องนั้นมากเลย ทั้งๆที่ตัวเองรู้ความจริงหมดแล้วน่ะ ตัวละครในเรื่องยังจะฮาอีกแหนะ ผมล่ะเฮ้อ..จะขำไปไหน แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือชอบสุดๆ อนาคตผมว่า ต้องเป็นต้นแบบของหนังสยองขวัญ/ตลกให้กับหนังเรื่องอื่นๆ ชัวร์
หมายเหตุ : ติดตามคุณฟรอยด์มาตั้งแต่เล่นละคร 'บ้านนี้มีรัก'(ไอ้ลิงค์ของคนดู) พอมาเล่นหนังเรื่องนี้ ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ รุ่งแน่ๆ
ตอนที่ 4 เที่ยวบิน 224 ___ ผู้กำกับ : ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
ตอนปิดท้ายที่ดูดีสุดๆ มีเนื้อเรื่องที่มีน้ำหนักมากที่สุดในบรรดา 4 ตอน มาพร้อมกับการแสดงที่ขอปรบมืออีกครั้งของ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ หนังมีปมประเด็นที่ให้ขบคิด ผมยังคิดอยู่เลยว่า จริงๆแล้วเราต้องเอาใจช่วยตัวละครของคุณพลอยให้รอดพ้น หรือช่วยกันสมน้ำหน้าดี (ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณพลอยเล่นดีจริงๆ) ฉากสยองก็ดูจริงจัง มีประสิทธิภาพมาก เพราะคนดูก็ร่วมกันวี้ดว้ายอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผมอ่ะหรอ..เหอะๆ หลุดปากออกมาว่า 'โอย โอย พอแล้ว กลัวแล้ว' และสั่นไปทั้งตัว (ฮาตัวเอง) ผมชอบฉากจบมากๆเลย ทำให้ทั้งเรื่องดูมีเหตุผล 'เพื่อนกาด' ที่ไปดูด้วยกัน ได้เสนอแง่มุมแปลกใหม่ ประมาณว่า มีตัวละครตัวหนึ่งที่ดูเหมือนตั้งใจจัดฉากให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น ถ้าใครได้ดูแล้ว ลองคิดดูน่ะครับ ไม่ว่าจะเรื่อง กาแฟ อาหารของพลอย การตายของศพ ซึ่งพอผมฟัง'เพื่อนกาด'จบปุ๊บ เออว่ะ เหมือนจะใช่เลย สรุปคือ หนังสยองสุดๆ และมีบทที่แข็งแรง
หมายเหตุ : การที่หนังเล่าเรื่องบนเครื่องบินซึ่งเป็นที่แคบ แต่ผมกลับไม่รู้สึกกดดันเท่าที่ควรแฮะ ไม่เหมือนกับตอนดูเรื่อง Flightplan(2005) ซึ่งเล่นกับที่แคบได้ดีมาก กดดันสุดๆ
สรุป : ถ้าพูดถึงการเป็นหนังสยองขวัญก็ถือว่าสอบผ่านมากๆ แม้ว่าบางตอนเนื้อเรื่องจะอ่อนไปหน่อย น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ มุกน่ากลัวบางมุกก็สามัญพบได้ทั่วไป แต่ก็น่ะ ยังไงก็ยังใช้ได้ผลอยู่ (แต่ถ้าเล่นอย่างงี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่แน่เหมือนกัน) ฉากสยองทั้งหลาย มันคือฉากที่หนังผีทั่วไปควรมีนั่นแหละ ไม่ได้แปลกใหม่อะไร เช่น พอเสียงเงียบกริบเมื่อไร เมื่อนั้นแหละที่ผีจะโผล่ หรืออัดเสียงโครมครามกันเต็มที่ ให้กลัวหัวหดไปข้างเลย พอดูจบก็จบกัน ไม่ได้เอาไปหลอนที่บ้านเลย เซ็งน่ะเนี่ย ถามว่าคุ้มค่า 120 บาทมั้ย ขอคืน 30 ล่ะกัน แต่ที่อัศจรรย์ใจที่สุดคือบรรยากาศในโรงอันสนุกสนาน คนดูทุกคนเหมือนเป็นเพื่อนกัน เข้ามาครื้นเครงด้วยกัน น้อยครั้งนักที่คุณจะได้เห็นอะไรแบบนี้
edit @ 13 May 2008 22:44:15 by rockalitm