ผมใช้พละกำลังที่มีกระชากข้อมือออกจากสิ่งที่พันธนาการผมไว้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าทำอย่างไรก็คงไม่มีทาง แต่ผมก็คงต้องลองทำ เผื่อมีสักครั้งที่ใครข้างบนจะเห็นใจ ปล่อยผมไป เพื่อรั้งเธอไว้จากอันตรายข้างหน้า อันตรายอันเกิดจากการเข้าใจผิด อันตรายที่เธอกำลังก้าวเข้าไปหามัน อันตรายที่เธอไม่รู้ตัว

"ไอ้กุณแจมือชั่วเอ๊ย! มึงเกิดมาทำไม! ใครสร้างมึงมาว่ะ ไอ้นรก!"

          ผมไม่แม้แต่จะร้องไห้ ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน ผมรู้อย่างเดียวว่าต้องหลุดจากที่นี่ให้ได้ ผมเอื้อมมือไปคว้าก็อกน้ำที่อยู่ข้างๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะช่วยอะไรผมได้ แต่ผมต้องเอามันออกมา น้ำประปาโพยพุ่งออกจากท่อซึ่งตอนนี้ไม่มีก็อกน้ำกั้นมันไว้ มันทำยังกับว่าถูกกักขังมาเนิ่นนาน ผมเปียก พื้นเปียก ผมใช้ก็อกน้ำทุบ งัด กระแทกไปที่เหล็กกล้า สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือ มันไม่ปรากฏผลใดๆ

          ค่ำคืนยังคงดำเนินต่อไป เสียงผู้คน เสียงรถรา ยังคงเล็ดลอดมาให้ได้ยินเป็นระยะ แน่นอนยังคงไม่มีเสียงเธอให้ได้ยิน ผมมองไปรอบๆ ห้อง เก้าอี้ตัวเดิมที่ผมเคยนั่งถูกเคลื่อนไปไกลจากการเตะอย่างแรง น้ำที่เจิ่งนองบนพื้นผสมกับเศษอิฐที่หลุดออกจากซิงค์ล้างจานจนกลายเป็นน้ำขุ่นๆ กับอิฐหนึ่งก้อนที่กระเด็นออกไป ผมนอนราบกับพื้น มองเพดานอันขมุกขมัว ผมไม่อยากให้ถึงเช้าเลย ผมไม่อยากให้ใครที่ไม่ใช่เธอเปิดประตูเข้ามาช่วยผมออกไป พร่ำบอกความจริงที่ผมไม่อยากฟัง ผมไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของผมตอนนี้ที่มีต่อเธอเรียกว่าอะไร แต่สิ่งที่ผมมั่นใจคือ ผมไม่ต้องการให้เธอจากไป ผมยังจำกลิ่นกายที่ผมเคยสัมผัส จำเสียงแผ่วเบาของเธอในเวลานั้น เวลาที่เคยเป็นของเรา ผมจะทำทุกวิถีทางไม่ให้สัมผัสเหล่านั้นเลือนหายไปจากร่างกายของผม ผมสัญญา...คิดแล้วก็น่าขันนัก ผมสัญญาในสิ่งที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสนใจ สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นแค่ความเสน่ห์หาชั่วครั้งชั่วคราว แต่เวลานี้ผมสนใจ ผมสนใจมันยิ่งกว่าการมีอยู่ของผมเสียอีก

          รู้สึกตัวอีกที ฉากดำภายนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็ปรากฏแสงที่กำลังขยับขยายเข้ามาแทนที่ ผมหลับตาเพื่อให้ความมืดยังคงอยู่กับผม เสียงในหัวก็ตอบกลับมาทันควัน 'ช่างเป็นความคิดที่โง่อะไรเช่นนี้'

          และแล้ว...สิ่งที่ผมกลัวกำลังจะมาถึง เสียงฝีเท้าเบื้องล่างกำลังก้าวเข้ามาใกล้อย่างเฉื่อยชา ผมยังคงหลับตา ความจริงอันปวดร้าวกำลังจะเผยโฉม ไม่แน่นะ อาจจะเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คิดไว้ตั้งแต่ต้น อาจจะเป็นเสียงลั่นไกที่ปลายกระบอกจ่อมาที่ตัวผมก็เป็นได้ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมต้องหวาดหวั่นหรือ?...เสียงฝีเท้าที่ดังชัดขึ้นพร้อมกับเสียงประตูที่ถูกเปิดออก เผยให้ได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ใครคนนั้นเข้าใกล้ตัวผม โน้มตัวลง หัวที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมอันคุ้นเคยกดทับลงบนแขนของผมที่ทอดยาว แม้จะคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แต่กลิ่นเฉพาะที่เล็ดลอดแตะจมูกผนวกกับแขนที่โอบกอดผมไว้ วินาทีนั้น ผมขอบคุณใครก็ตามที่ทำให้ตัวผมยังคงอยู่ที่แห่งนี้ จนถึงเวลานี้...

 

* แรงบัลดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง In the cut (2003)

 

 

"ข่าวคราวเงียบหายไป 2-3 ปี (เกินไป) นึกว่าไปได้ดี

โอ้ศรีน้องไปขายตัว (ให้กับตำรากองโต ที่มันไม่เคยไยดีเรา)"

          ปิดเทอมเสียที กับปี 2 ภาคเรียนที่ 1 สนุกกับเพื่อนในคณะ สนุกกับการทำLAB สนุกกับการเรียน สนุกกับการอ่านหนังสือ สนุกกับการทำข้อสอบ และหวังว่าตัวเองจะสนุกกับการฟังผลสอบ และการเรียนเทอมต่อไปด้วย (เทอมหน้าวิชาเรียนแน่นเอียด ไม่รู้จะหายใจออกหรือเปล่า) ทำอะไรๆ คิดในแง่บวกเข้าไว้ ถ้าเราหลีกกนีจากมันไม่ได้ ก็จงเผชิญหน้ากับมันซะ เกิดมาทั้งที ชีวิตต้องซู่!! (ยืมมาจากคอลัมน์หนึ่งใน A day แต่ไม่ให้คืนหรอกนะ) ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าว เขียนเพื่อปลอบใจตัวเองทั้งนั้น เอาน่า...ยังไงก็ยังแอบมีเวลาไปดูหนังอยู่ดี แค่นี้ก็สุขใจ

Fever Pitch (2006) / รักในสิ่งที่ทำ จงอย่าหวั่นแม้วันมามาก : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7

     พระเอกรักในกีฬาเบสบอล และคลั่งไคล้ทีม Boston Red Sox อย่างหัวปักหัวปำ นางเอกคือคนที่รัก และเข้าใจพระเอกอย่างจริงจังและจริงใจ แต่เข้าใจขนาดไหนก็เหอะ ใครจะไปทนไหว ในเมื่อพระเอกรักเบสบอลมากกว่าแฟนตัวเองเสียอีก! นี่คือหนังที่เราขมขื่น แม้จะอบอวลไปด้วยความตลกเท่าใด เราไม่สน ในเมื่อเราจะมีรักกับใครสักคน เราต้องทิ้งชีวิตของเราที่เป็นเราตั้งแต่เกิดงั้นหรือ? ทำทุกอย่างให้ใครสักคนพอใจงั้นหรือ? หนังอาจจะประนีประนอมคนดูด้วการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง (มาพร้อมกับฉากที่ให้ ดรู แบรรี่มอร์ วิ่งตัดหน้าสนามทั้งที่ยังแข่งเบสบอลกันอยู่ ฮาได้ใจ) แต่เราเชื่อว่า ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างนี้หรอก ถ้าหนังจบตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้วนะ เราร้าวแน่นอน!

The Wild (2006) / สัตว์หนีออกจากสวนสัตว์ เรื่องมันคุ้นๆ ว่ามั้ย? : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7

     โอเค...แม้ว่าจะต่างเหตุผล แต่มันก็หนีออกจากสวนสัตว์เหมือนกัน แถมออกฉายทีหลังเขาอีกต่างหาก แต่คุณก็รู้แล้วว่าใครชนะ Madagascar นั่นเอง นี่คืองานแอนนิเมชั่นฉายเดียวอีกครั้งของ Walt Disney (ที่ไม่พึ่ง Pixar) ที่ยังทำไม่ถึงอยู่ดี

 

 

 

 

The Shaggy Dog (2006) / เบื่อหรือยัง? หนังตลกครอบครัวจาก Walt Disney : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7

     พ่อผู้หมกหมุ่นงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว หมาวิเศษถูกจับไปทดลอง พ่อไม่ชอบหมา หมากัดพ่อ แล้วก็คงรู้ พ่อก็กลายเป็นหมานะสิ แล้วภารกิจก็คือต้องช่วยให้ตัวเองพ้นคำสาปนะสิ ช่วยเหล่าสรรพสัตว์ไม่ให้ถูกทดลองนะสิ พร้อมๆ กับทำให้ครอบครัวกลับมารักกันเหมือนเดิมนะสิ เฮ้อ...พล็อตเยี่ยงนี้ ใช้มาครบร้อยเรื่องหรือยังครับ?

 

 

สะบายดีหลวงพระบาง (2551) / ฮักแล้วฮักเลย ถึงอยู่ไกลถึงลาวก็ยังฮัก : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7

     เล่าเรื่องของช่างภาพไทยแต่เป็นลูกครึ่งลาว ไปทำงานที่ลาวและกะว่าจะไปหาญาติที่ลาวด้วย เลยจ้างไกด์สาวมานำทางและรักก็ก่อเกิด โครงเรื่องเดิมๆ เล่าเรื่องเดิมๆ จบแบบเดิมๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไร กลายเป็นหนังที่มีเสน่ห์มากถึงมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะนางเอกลาวน่ารัก อนันดามีเสน่ห์ ประเทศลาวอย่างสวย ทัศนียภาพชวนหลงใหล ดูแล้วสบายใจยิ่งนัก โอ้ย!...อยากไปลาวเดี๋ยวนี้เลย (เว่อร์ไป)

 

 

The Wicker man (2006) / เมืองนี้ หญิงร้าย : Big Cinema ช่อง 7

     หนังชวนสงสัยที่พานิโคลัส เคจ และหน้าป่วยๆ ของเขา ไปสืบคดีการทำพิธีอันแปลกประหลาดที่เอาเด็กไปบูชายันต์ บนเกาะแห่งหนึ่งที่ผู้หญิงมีอิทธิพลเหนือกว่าชาย หนังน่าจะพาคนดูระทึกขวัญได้ง่ายๆ แต่เปล่าเลย หนังไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ ไม่กลัว ไม่สยอง ไม่อยากเอาใจช่วย แถมยังเดาตอนจบได้อีกต่างหาก เซ็งเลย...แต่ผู้หญิงบนเกาะนี้ ร้ายกาจจริง เฮ้ย! นี่มันหนังเฟมมินิสต์นี่หว่า

เพิ่มเติม : ถ้ายากดูหนัง เมืองนี้ ชายร้าย แนะนำ The Stepford Wives หนังพอไปวัดไปวาได้ แต่ที่แนะนำจริงๆ คือ นิยายมากกว่าในชื่อภาษาไทยว่า ‘เมืองนี้มีความลับ' ร้ายกาจ!

The Singing Detective (2003) / คนป่วยไม่ชอบความป่วย : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7

     ไม่รู้ว่าหนังต้องการจะสื่ออะไร และไม่รู้ว่าดาราที่แห่มาเล่นในหนังอินดี้ชวนงงเรื่องนี้ คิดอะไรอยู่ และไม่รู้ว่าจะสรุปเรื่องให้อ่านยังไง เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของคนป่วยโรคผิวหนังซึ่งเป็นนักเขียนนิยายสืนสวนตกอับ และมีเรื่องอีกร้อยแปดผสมปนเปกันซึ่งไม่รู้เกี่ยวกันยังไง เหยื่อฆาตกรรม คนรักที่กลับมาดูใจ หมอรักษาอาการจิตประสาท นางพยาบาลสุดสวย ตัวละครในหนังสือหลุดออกมา เหตุการณ์ชิงไหวชิงพริบ และฉากร้องเพลงอันประหลาดล้ำ แต่ยังไงเราก็ขอคิดเองเออเองว่า มันคือหนังว่าด้วยการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนป่วยสิ้นหวัง ให้กลับมายืนได้ด้วยขาของตัวเองอีกครั้ง (มั้ง?) แต่อย่างไรก็ตามนี่คือหนังป่วยๆ ที่เราชอบอยู่ดี แม้ว่าไม่รู้อะไรในเรื่องเลย

Princess Mononoke (1997) / ปรัชญารักษ์โลก : ห้องคอมฯ ชั้น 7 คณะเภสัชศสตร์ ม.มหิดล

     ถึงจะผิดหวังอย่างแรงกับ Ponyo แต่ก็ใช่ว่าจะเลิกรากับสตูดิโอจิบลิซะเมื่อไร การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่ความหรรษา โหดและเนื้อหาหนักเกินกว่าที่จะดูเพื่อความผ่อนคลาย แต่ต้องดูด้วยความตั้งใจ เพราะสารที่หนังต้องการนำเสนอมีมากและมีคุณค่าเหลือคณานับ เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มที่ออกตามหาบางสิ่ง (จำไม่ได้แล้วว่าอะไร) เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านให้พ้นจากอันตราย ตลอดทางมีเรื่องทับซ้อนมากมายจนสามารถเก็บเอาไปย่อยความคิดได้หลายวัน และแม้ว่าเราจะเก็บเกี่ยวไปได้ไม่หมด แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม จงระลึกไว้เสมอว่า การที่เรามีชีวิตอยู่ก็คือการทำลายธรรมชาติอยู่ในตัวแล้ว แล้วเรายังต้องการอะไรจากธรรมชาติอีก คิดดูว่าหนังพูดถึงภาวะโลกร้อนก่อนกระแสนี้จะมาบูมตั้ง 10 ปี ล้ำ!!!

5 แพร่ง (2552) / หนังไทยเรื่องไหน? ใครๆ ก็เต็มใจให้โดนหลอก : เสียตังค์ ดูโรง

     เป็นหนังผีก็ได้ เป็นหนังสะท้อนปัญหาสภาพสังคมไทยได้อีกต่างหาก หลาวชะโอน : ระทึกขวัญ สยอง ขนลุก สุดๆ ไปเลย ห้องเตียงรวม : ใครรู้บ้างว่ามันเหมือน The Skeleton Key หนังสยองของ เคต ฮัดสัน ก็อปมาขนาดนี้ แม่ไม่ว่าหรอ? Backpackers : ผีดิบกับปัญหาแรงงานต่างด้าวและยาเสพติด รถมือสอง : หนังมีของ แต่ปล่อยไม่หมด ถ้าเป็นหนังยาวคงสนุกกว่านี้ คนกอง : ตลก ฮาแตก หักมุมซับซ้อน มาช่าโครตเก๋ เสียอย่างเดียวดันไม่มีอารมณ์น่ากลัวแบบที่ทำไว้ในตอนก่อน (คนกลาง)

The Forbidden Door (2009) / ไม่รู้อะไร แต่ของมันแร๊ง!!! : Bangkok international film festival

     แอบไปดูหนังเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ เรื่องนี้ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงอ่านหนังสือสอบนะนั่น (เด็กดี ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง) เป็นหนังจากอินโดนีเซียเรื่องแรกในชีวิต และก็เจอของแรงสมใจ เราไม่รู้ว่าทั้งเรื่องมันเกี่ยวข้องกันยังไง ขอสรุปให้อ่านดังนี้ เริ่มต้นด้วยการเป็นหนังสยองว่าด้วยประติมากรรมคนท้องที่ในนั้นใส่เด็กที่โดนทำแท้งเข้าไปด้วย มันเลยขายดิบขายดี (น่ากลัว) ต่อด้วยการเป็นหนังรักที่ต้องช่วยกันประคับประคองชีวิตคู่ของพระเอก (คนปั้น) และนางเอก (ผู้สมรู้ร่วมคิด) และก็กลายเป็นหนังชวนสงสัยเมื่อพระเอกได้รับข้อความประหลาดตามรายทางว่า ‘Help me' พระเอกเลยออกตามสืบถึงที่มาของข้อความ จนเจอบริษัทลึกลับที่เปิดห้องฉายการทารุณกรรมคนอย่างสดๆ จนเจอเด็กชายที่ถูกพ่อแม่ทำร้าย (น่ากลัวมาก) และหาทางช่วย ต่อด้วยการเป็นหนังสมคบคิดลวงโลกของนางเอก การแก้แค้นของพระเอกเลยทำให้หนังกลายเป็นหนังสยองโรคจิตเต็มขั้น ด้วยการปาดคอเลือดกระฉูดประมาณ 5 จิ้มตาแหก 1 กดจมน้ำ 1 ยิงกบาล 1 โอ้ย!!...จะแรงไปไหน เราว่า Saw โรคจิตแล้ว แต่ก็ยังมีจริตของความเป็นหนังอยู่ แต่เรื่องนี้ยิ่งกว่า เพราะมันเหมือนจริงมากๆ แล้วก็หักมุมเฉลยว่าประตูที่ปิดตายมีอะไร หักอีกรอบว่าพระเอกเป็นนักโทษโรคจิต แล้วก็หักอีกรอบว่าพระเอกเป็นบาทหลวง อะไรว่ะ...จบแล้วหรอ ยังไม่เห็นเฉลยอะไรเลย แต่น้องชายที่ไปดูด้วยบอกว่า บาทหลวง (พระเอก) ฟังคำสารภาพของชายผู้หนึ่งว่าได้ฆ่าภรรยาตัวเอง เลยเอามาคิดเป็นเหตุการณ์ เออ...ฟังดูมีเหตุผล แต่เรื่องอื่นๆ ที่เหลือละ มันคืออะไร สรุปคือไม่รู้อะไรอยู่ดี เราไม่รู้ว่าเรียกหนังเรื่องนี้ว่า คัลต์(Cult) ได้ไหม? แต่เราว่าให้มันเป็นหนังของ 'เค้า' ไปดีกว่า

R O C K View my profile

Categories