"ข่าวคราวเงียบหายไป 2-3 ปี (เกินไป) นึกว่าไปได้ดี
โอ้ศรีน้องไปขายตัว (ให้กับตำรากองโต ที่มันไม่เคยไยดีเรา)"
ปิดเทอมเสียที กับปี 2 ภาคเรียนที่ 1 สนุกกับเพื่อนในคณะ สนุกกับการทำLAB สนุกกับการเรียน สนุกกับการอ่านหนังสือ สนุกกับการทำข้อสอบ และหวังว่าตัวเองจะสนุกกับการฟังผลสอบ และการเรียนเทอมต่อไปด้วย (เทอมหน้าวิชาเรียนแน่นเอียด ไม่รู้จะหายใจออกหรือเปล่า) ทำอะไรๆ คิดในแง่บวกเข้าไว้ ถ้าเราหลีกกนีจากมันไม่ได้ ก็จงเผชิญหน้ากับมันซะ เกิดมาทั้งที ชีวิตต้องซู่!! (ยืมมาจากคอลัมน์หนึ่งใน A day แต่ไม่ให้คืนหรอกนะ) ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าว เขียนเพื่อปลอบใจตัวเองทั้งนั้น เอาน่า...ยังไงก็ยังแอบมีเวลาไปดูหนังอยู่ดี แค่นี้ก็สุขใจ
Fever Pitch (2006) / รักในสิ่งที่ทำ จงอย่าหวั่นแม้วันมามาก : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7
พระเอกรักในกีฬาเบสบอล และคลั่งไคล้ทีม Boston Red Sox อย่างหัวปักหัวปำ นางเอกคือคนที่รัก และเข้าใจพระเอกอย่างจริงจังและจริงใจ แต่เข้าใจขนาดไหนก็เหอะ ใครจะไปทนไหว ในเมื่อพระเอกรักเบสบอลมากกว่าแฟนตัวเองเสียอีก! นี่คือหนังที่เราขมขื่น แม้จะอบอวลไปด้วยความตลกเท่าใด เราไม่สน ในเมื่อเราจะมีรักกับใครสักคน เราต้องทิ้งชีวิตของเราที่เป็นเราตั้งแต่เกิดงั้นหรือ? ทำทุกอย่างให้ใครสักคนพอใจงั้นหรือ? หนังอาจจะประนีประนอมคนดูด้วการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง (มาพร้อมกับฉากที่ให้ ดรู แบรรี่มอร์ วิ่งตัดหน้าสนามทั้งที่ยังแข่งเบสบอลกันอยู่ ฮาได้ใจ) แต่เราเชื่อว่า ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างนี้หรอก ถ้าหนังจบตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้วนะ เราร้าวแน่นอน!
The Wild (2006) / สัตว์หนีออกจากสวนสัตว์ เรื่องมันคุ้นๆ ว่ามั้ย? : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7
โอเค...แม้ว่าจะต่างเหตุผล แต่มันก็หนีออกจากสวนสัตว์เหมือนกัน แถมออกฉายทีหลังเขาอีกต่างหาก แต่คุณก็รู้แล้วว่าใครชนะ Madagascar นั่นเอง นี่คืองานแอนนิเมชั่นฉายเดียวอีกครั้งของ Walt Disney (ที่ไม่พึ่ง Pixar) ที่ยังทำไม่ถึงอยู่ดี
The Shaggy Dog (2006) / เบื่อหรือยัง? หนังตลกครอบครัวจาก Walt Disney : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7
พ่อผู้หมกหมุ่นงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว หมาวิเศษถูกจับไปทดลอง พ่อไม่ชอบหมา หมากัดพ่อ แล้วก็คงรู้ พ่อก็กลายเป็นหมานะสิ แล้วภารกิจก็คือต้องช่วยให้ตัวเองพ้นคำสาปนะสิ ช่วยเหล่าสรรพสัตว์ไม่ให้ถูกทดลองนะสิ พร้อมๆ กับทำให้ครอบครัวกลับมารักกันเหมือนเดิมนะสิ เฮ้อ...พล็อตเยี่ยงนี้ ใช้มาครบร้อยเรื่องหรือยังครับ?
สะบายดีหลวงพระบาง (2551) / ฮักแล้วฮักเลย ถึงอยู่ไกลถึงลาวก็ยังฮัก : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7
เล่าเรื่องของช่างภาพไทยแต่เป็นลูกครึ่งลาว ไปทำงานที่ลาวและกะว่าจะไปหาญาติที่ลาวด้วย เลยจ้างไกด์สาวมานำทางและรักก็ก่อเกิด โครงเรื่องเดิมๆ เล่าเรื่องเดิมๆ จบแบบเดิมๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไร กลายเป็นหนังที่มีเสน่ห์มากถึงมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะนางเอกลาวน่ารัก อนันดามีเสน่ห์ ประเทศลาวอย่างสวย ทัศนียภาพชวนหลงใหล ดูแล้วสบายใจยิ่งนัก โอ้ย!...อยากไปลาวเดี๋ยวนี้เลย (เว่อร์ไป)
The Wicker man (2006) / เมืองนี้ หญิงร้าย : Big Cinema ช่อง 7
หนังชวนสงสัยที่พานิโคลัส เคจ และหน้าป่วยๆ ของเขา ไปสืบคดีการทำพิธีอันแปลกประหลาดที่เอาเด็กไปบูชายันต์ บนเกาะแห่งหนึ่งที่ผู้หญิงมีอิทธิพลเหนือกว่าชาย หนังน่าจะพาคนดูระทึกขวัญได้ง่ายๆ แต่เปล่าเลย หนังไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ ไม่กลัว ไม่สยอง ไม่อยากเอาใจช่วย แถมยังเดาตอนจบได้อีกต่างหาก เซ็งเลย...แต่ผู้หญิงบนเกาะนี้ ร้ายกาจจริง เฮ้ย! นี่มันหนังเฟมมินิสต์นี่หว่า
เพิ่มเติม : ถ้ายากดูหนัง เมืองนี้ ชายร้าย แนะนำ The Stepford Wives หนังพอไปวัดไปวาได้ แต่ที่แนะนำจริงๆ คือ นิยายมากกว่าในชื่อภาษาไทยว่า ‘เมืองนี้มีความลับ' ร้ายกาจ!
The Singing Detective (2003) / คนป่วยไม่ชอบความป่วย : ภาพยนตร์ช่วงเช้าช่อง 7
ไม่รู้ว่าหนังต้องการจะสื่ออะไร และไม่รู้ว่าดาราที่แห่มาเล่นในหนังอินดี้ชวนงงเรื่องนี้ คิดอะไรอยู่ และไม่รู้ว่าจะสรุปเรื่องให้อ่านยังไง เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของคนป่วยโรคผิวหนังซึ่งเป็นนักเขียนนิยายสืนสวนตกอับ และมีเรื่องอีกร้อยแปดผสมปนเปกันซึ่งไม่รู้เกี่ยวกันยังไง เหยื่อฆาตกรรม คนรักที่กลับมาดูใจ หมอรักษาอาการจิตประสาท นางพยาบาลสุดสวย ตัวละครในหนังสือหลุดออกมา เหตุการณ์ชิงไหวชิงพริบ และฉากร้องเพลงอันประหลาดล้ำ แต่ยังไงเราก็ขอคิดเองเออเองว่า มันคือหนังว่าด้วยการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนป่วยสิ้นหวัง ให้กลับมายืนได้ด้วยขาของตัวเองอีกครั้ง (มั้ง?) แต่อย่างไรก็ตามนี่คือหนังป่วยๆ ที่เราชอบอยู่ดี แม้ว่าไม่รู้อะไรในเรื่องเลย
Princess Mononoke (1997) / ปรัชญารักษ์โลก : ห้องคอมฯ ชั้น 7 คณะเภสัชศสตร์ ม.มหิดล
ถึงจะผิดหวังอย่างแรงกับ Ponyo แต่ก็ใช่ว่าจะเลิกรากับสตูดิโอจิบลิซะเมื่อไร การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่ความหรรษา โหดและเนื้อหาหนักเกินกว่าที่จะดูเพื่อความผ่อนคลาย แต่ต้องดูด้วยความตั้งใจ เพราะสารที่หนังต้องการนำเสนอมีมากและมีคุณค่าเหลือคณานับ เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มที่ออกตามหาบางสิ่ง (จำไม่ได้แล้วว่าอะไร) เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านให้พ้นจากอันตราย ตลอดทางมีเรื่องทับซ้อนมากมายจนสามารถเก็บเอาไปย่อยความคิดได้หลายวัน และแม้ว่าเราจะเก็บเกี่ยวไปได้ไม่หมด แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม จงระลึกไว้เสมอว่า การที่เรามีชีวิตอยู่ก็คือการทำลายธรรมชาติอยู่ในตัวแล้ว แล้วเรายังต้องการอะไรจากธรรมชาติอีก คิดดูว่าหนังพูดถึงภาวะโลกร้อนก่อนกระแสนี้จะมาบูมตั้ง 10 ปี ล้ำ!!!
5 แพร่ง (2552) / หนังไทยเรื่องไหน? ใครๆ ก็เต็มใจให้โดนหลอก : เสียตังค์ ดูโรง
เป็นหนังผีก็ได้ เป็นหนังสะท้อนปัญหาสภาพสังคมไทยได้อีกต่างหาก หลาวชะโอน : ระทึกขวัญ สยอง ขนลุก สุดๆ ไปเลย ห้องเตียงรวม : ใครรู้บ้างว่ามันเหมือน The Skeleton Key หนังสยองของ เคต ฮัดสัน ก็อปมาขนาดนี้ แม่ไม่ว่าหรอ? Backpackers : ผีดิบกับปัญหาแรงงานต่างด้าวและยาเสพติด รถมือสอง : หนังมีของ แต่ปล่อยไม่หมด ถ้าเป็นหนังยาวคงสนุกกว่านี้ คนกอง : ตลก ฮาแตก หักมุมซับซ้อน มาช่าโครตเก๋ เสียอย่างเดียวดันไม่มีอารมณ์น่ากลัวแบบที่ทำไว้ในตอนก่อน (คนกลาง)
The Forbidden Door (2009) / ไม่รู้อะไร แต่ของมันแร๊ง!!! : Bangkok international film festival
แอบไปดูหนังเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ เรื่องนี้ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงอ่านหนังสือสอบนะนั่น (เด็กดี ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง) เป็นหนังจากอินโดนีเซียเรื่องแรกในชีวิต และก็เจอของแรงสมใจ เราไม่รู้ว่าทั้งเรื่องมันเกี่ยวข้องกันยังไง ขอสรุปให้อ่านดังนี้ เริ่มต้นด้วยการเป็นหนังสยองว่าด้วยประติมากรรมคนท้องที่ในนั้นใส่เด็กที่โดนทำแท้งเข้าไปด้วย มันเลยขายดิบขายดี (น่ากลัว) ต่อด้วยการเป็นหนังรักที่ต้องช่วยกันประคับประคองชีวิตคู่ของพระเอก (คนปั้น) และนางเอก (ผู้สมรู้ร่วมคิด) และก็กลายเป็นหนังชวนสงสัยเมื่อพระเอกได้รับข้อความประหลาดตามรายทางว่า ‘Help me' พระเอกเลยออกตามสืบถึงที่มาของข้อความ จนเจอบริษัทลึกลับที่เปิดห้องฉายการทารุณกรรมคนอย่างสดๆ จนเจอเด็กชายที่ถูกพ่อแม่ทำร้าย (น่ากลัวมาก) และหาทางช่วย ต่อด้วยการเป็นหนังสมคบคิดลวงโลกของนางเอก การแก้แค้นของพระเอกเลยทำให้หนังกลายเป็นหนังสยองโรคจิตเต็มขั้น ด้วยการปาดคอเลือดกระฉูดประมาณ 5 จิ้มตาแหก 1 กดจมน้ำ 1 ยิงกบาล 1 โอ้ย!!...จะแรงไปไหน เราว่า Saw โรคจิตแล้ว แต่ก็ยังมีจริตของความเป็นหนังอยู่ แต่เรื่องนี้ยิ่งกว่า เพราะมันเหมือนจริงมากๆ แล้วก็หักมุมเฉลยว่าประตูที่ปิดตายมีอะไร หักอีกรอบว่าพระเอกเป็นนักโทษโรคจิต แล้วก็หักอีกรอบว่าพระเอกเป็นบาทหลวง อะไรว่ะ...จบแล้วหรอ ยังไม่เห็นเฉลยอะไรเลย แต่น้องชายที่ไปดูด้วยบอกว่า บาทหลวง (พระเอก) ฟังคำสารภาพของชายผู้หนึ่งว่าได้ฆ่าภรรยาตัวเอง เลยเอามาคิดเป็นเหตุการณ์ เออ...ฟังดูมีเหตุผล แต่เรื่องอื่นๆ ที่เหลือละ มันคืออะไร สรุปคือไม่รู้อะไรอยู่ดี เราไม่รู้ว่าเรียกหนังเรื่องนี้ว่า คัลต์(Cult) ได้ไหม? แต่เราว่าให้มันเป็นหนังของ 'เค้า' ไปดีกว่า