Be With Me(2004) หนังที่กระแสดีมากๆ เมื่อตอนออกฉาย หนังรักเล็กๆ จากญี่ปุ่นเรื่องนี้ ได้ใจคนไทยไปมากโข แต่ผมเพิ่งได้ดู (ตามเคย) หนังเล่าเรื่องของ 'แม่' ผู้กลับมาหาครอบครัวตามคำสัญญา หลังจากตายไป และกลับมาในฤดูฝน แต่เธอกลับจำครอบครัวตัวเองไม่ได้ แน่นอนหนังมีเงื่อนงำให้ชวนติดตาม 'แม่' กลับมาได้ยังไง เป็นผีหรือเปล่า หรือว่ายังไม่ตาย 'พ่อ' ป่วยเป็นอะไร 'แม่'กับ'พ่อ' รักกันได้ยังไง กล่องใบที่'ลูก'ตามหามีอะไรซ่อนอยู่

  หนังมาพร้อมบทและการแสดงที่คนดูอมยิ้มตลอดเวลา และมีความสุขมากๆ หลังได้ดูจบ ตอนที่ฉายในโรง มีแต่คนร้องไห้กันเป็นแถว ผมเลยคิดว่าใครไม่ร้องไห้คงถูกหาว่าเชยก็เป็นได้ (ล้อเล่นน่ะ) หนังมาพร้อมกับบทสรุปที่น่าประทับใจกับความรักของ 'แม่'กับ'พ่อ' ผมผิดหวังนิดหน่อยที่หนังเฉลยการกลับมาของ'แม่' แบบแฟนตาซีไปหน่อย ผมนึกว่าจะมาแบบสมจริงและเป็นไปได้ซะอีก แต่อย่างว่า หนังมันแฟนตาซีมาตั้งแต่ต้นแล้วนี่หน่า แต่ยังไงมันก็เป็นหนังทีใครๆ หลงรักอยู่ดี ผมล่ะชอบที่ซู้ดเลย หนังรักมันก็ดียังเงี้ย ทำให้เราอิ่มเอมใจ และทำให้ผมมั่นใจว่ารักแท้มันต้องมีให้เราละน่ะ (เพ้อสุดๆ)  เอาเป็นว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!!

my massage : 'รักแท้' ไม่ว่าผลข้างหน้า มันจะเลวร้ายเพียงใด แต่เราไม่ควรปล่อยมันหลุดลอยไป เพราะยังไงมันก็ทำให้เรามีความสุข แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในระยะยาว'รักแท้' จะยังอยู่ตราบที่ลมหายใจของอีกฝ่ายจะหมดลง

หมายเหตุ 1 : ผมเกือบจะร้องไห้แล้ว แต่มีโทรศัพท์เข้ามาตอนไคลแมกซ์พอดี พอกลับมาดูใหม่ น้ำตาหายไปหมดเลย เซ็ง!!!

หมายเหตุ 2 : ผมชอบข้อความบนปกหนังมากๆ "แม่ครับถึงฤดูฝนจะพาแม่กลับมาอยู่กับเราแค่ 6 สัปดาห์ แต่ผมจะรักแม่ตลอดไปครับ" ไม่แน่ใจว่ามีอยู่ในหนังหรือเปล่า แต่อ่านทีไร จะร้องทุกที

หมายเหตุ 3 : มีเป็นนิยายด้วย ใครอยากอ่านเชิญตามหาได้ ในชื่อเรื่อง "แล้วฉันจะกลับมา" แว่วๆว่า ไม่ค่อยเหมือนตัวหนังเท่าไร

ขอขอบคุณเพื่อนกาดด้วยครับ ที่ซื้อเรื่องนี้มาให้ผม แต่ตัวเองอดดูเลย สมน้ำหน้า 555+

edit @ 13 May 2008 22:38:49 by rockalitm

รักแห่งสยาม : รัก

posted on 08 Apr 2008 23:01 by filmmlif

บทความนี้เปิดเผยเรื่องราวของหนัง (แบบที่คุณก็เคยได้ยินกันมาแล้ว)

     การดูหนังเรื่องนี้ทีหลัง ถือเป็นความผิดหรือเปล่าเนี้ย คงไม่เนอะ หนังดีๆ ดูตอนไหน ของมันก็ยังดีอยู่วันยังค่ำ คงได้ยินกิตติศัพท์กันมาเยอะแล้ว บ้างก็ชอบ สุดใจขาดดิ้น บ้างเกลียดสุดแสนแล้วตะโกนว่า "นี่..มันหลอกลวงกันชัดๆ" แต่โดยส่วนตัวผมชอบทีเดียว มันสะท้อนเรื่องรักของวัยรุ่น แต่เอาเข้าจริง ประเด็นเรื่องรักในครอบครัว  ดูโดดเด้งมากกว่าด้วยซ้ำ

สิ่งที่ไม่ชอบ (ที่มีอยู่น้อยนิด):
     1. ผมไม่ค่อยชอบบทพูดในหนัง มันช่างประดิดประดอยอะไรเช่นนี้ โดยเฉพาะฉากที่โต้งนอนกับมิว แล้วมิวก็พูดเกี่ยวกับความเหงา ผมว่า 'ใครจะมาพูดอะไรยังงี้ว่ะ' แต่บทพูดอื่นแม้จะรู้ว่ารังสรรค์มาอย่างดี เช่น ฉากติดของประดับบนต้นคริสต์มาสของโต้งกะแม่ ข้อความที่จูนทิ้งไว้ก่อนไป แต่ผมกลับไม่รู้สึกติดใจแหะ ไม่รู้ทำไม
     2. ผมไม่ชอบการแสดงของตัวละคร 'โดนัท'เลยอ่ะครับ ผมว่าเธอเล่นแข็งมาก แข็งเหมือนตั้งใจอ่ะ ผมไม่แน่ใจว่า ผกก. จะให้ตัวละครตัวนี้ เป็นยังไง แต่ผมว่ามันน่าจะตั้งใจแข็งน่ะ
     3. จริงๆ ยังไม่ค่อยชอบการแสดงของวัยรุ่น 4 คนในเรื่องนั่นแหละ เลยทำให้เรื่องรักไม่ค่อยโดนเท่าไร แต่รู้สึกว่า 'มิว' เล่นเหมือนจริงมาก จริงจนต่าตกใจ 555+

สิ่งที่ชอบ (มั่กๆ) :

     1. เรื่องรักของครอบครัวอมทุกข์ ดูสะเทือนใจมาก ประเด็นเรื่องรักชาย-ชาย ดูเป็นเพียงเรื่องรองไปเลย
     2. หนังสะท้อนเรื่องราววัยรุ่นที่แรงมากๆ ตีแผ่มุมมองด้านที่ไม่เคยเห็นแต่มีอยู่จริงให้เห็นกัน
แรงแบบที่หนังวัยรุ่นจากค่าย GTH อาจไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำ
     3. การแสดงของบทสมทบที่ดีมาก คุณพลอยเล่นดีในบท 'จูน'ทำให้ดูคลุมเครือดี ผมว่าบทนี้เป็นศูนย์กลางของเรื่องเลย ส่วนคุณสินจัยกับคุณทรงสิทธิ์เล่นดีเห็นๆ แค่ฉากกอดกันร้องไห้ ผมก็ตะโกนในใจว่า 'ไล่สองคนนี้ ขึ้นไปรับรางวัลทีซิ'
     4. ผมชอบที่หนังจบแบบยังให้ความหวังแก่คนดู 'แม้ว่าเรื่องที่ผ่านมาจะร้ายแค่ไหน แต่เรายังมีกันและกันเสมอ'
     5. ทั้งๆ ที่ผมก็รู้แล้วน่ะว่าหนังจะมีฉากนั้นอ่ะ แต่ก็อดสยิวกิ้วไม่ได้ มาแบบไม่ทันตั้งตัวจริงๆ เหมือนตอนดูBrokeback Mountain แล้วเจอฉากนั้นตั้งแต่ต้นเรื่องเลย
     6.เห็นใครๆต่างบอกว่าฉากที่น้ำตาซึมคือ ฉากติดของประดับบนต้นคริสต์มาส ผมว่าก็ดี แต่ผมดันน้ำตาซึมฉากตามข้อ 3 ต่างหากท ผมชอบๆๆๆ ครอบครัวมีความสุขเสียที

สรุป หนังดี ที่นานๆจะผ่านมาให้ดูซะที ดันโดนกระแสรักร่วมเพศ เลยทำให้เรื่องครอบครัวที่สำคัญกว่าโดนกลบไป ผมไม่ชอบน่ะที่ใครบอกว่าไม่ชอบ หนังเรื่องนี้เพราะมีประเด็นรักร่วมเพศ ผมว่าใจไม่กว้างพอ แต่ถ้าเพราะเหตุผลอื่นก็แล้วไป เอาเป็นว่า หนังดีมันก็ยังดีอยู่วันยังค่ำอ่ะเนอะ

หมายเหตุ : ผมว่าหนังมันนานเกินไปครับ อยากรู้จริงๆว่าถ้าเวอร์ชัน 3 ชม. 40 นาที จะเพิ่มเรื่องราวอะไรบ้าง ถ้าเพื่อนๆได้ดูช่วยบอกด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ และที่เพื่อนกาดว่า หนังมันเนือย อันนี้เห็นด้วย

ลืมบอกว่า ประทับใจเพลง ticket (ที่เปิดตอนต้นเรื่อง) มากที่สุด ผมว่ามันดูเป็นปรัชญาชีวิตดี แต่เซ็งนิดหน่อยที่ในท่อนสุดท้าย มีการเฉลยว่าเพลงจริงๆ แล้วมันพูดถึงอะไร (เป็นเสียงคอรัสที่ร้องทับเสียงหลัก ต้องตั้งใจฟังมากๆ) เพราะผมฟังตอนแรกแปลความหมายได้หลายอย่างมาก ฟังได้ที่ http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=7217

เครดิตภาพโปสเตอร์จาก http://www.thaicinema.org ขอบคุณด้วยครับ

edit @ 13 May 2008 22:38:03 by rockalitm

     วันนี้ โดนมัดมือชกไปดูมา จริงๆแล้วไม่อยากไปดูเท่าไรหรอก ก่อนเข้าไปดูก็ไม่คาดหวังอะไรมากอ่ะ ขอแค่สักตอนโดน ก็พอใจแล้ว เพราะได้ยินสปอยมาเยอะ แต่พอได้ดูจบปุ๊บ..ก็ไม่ขอเล่าอะไรมาก แต่ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะยืนยันว่าเป็นหนังไทยที่น่าพอใจมาก (แน่นอนว่ามันก็มีข้อบกพร่องแทบทุกตอนด้วย) ไม่ว่าคุณจะฟังสปอยมาเยอะเท่าไร ฟังคำชมและด่าของหนังเรื่องนี้มามากแค่ไหน ถ้าคุณอยากดูล่ะก็ เข้าไปดูเลย ไม่ต้องแบกคำวิจารณ์ไปดูด้วยล่ะ ปล่อยตัวตามสบายกับหนัง แต่ถ้าใจคุณก็ไม่อยากดูแล้ว ความอคติของคุณก็มี ถ้าเข้าไปดูแล้ว เดินกลับออกมาแล้วก็พูดอีกว่า "หนังมันไม่ดีอย่างที่กูคิดนั่นแหละ...ไม่น่าเลยกู...เสียดายตังค์" ผมว่าอย่าเข้าไปดูดีกว่าครับ เพราะคุณอคติตั้งแต่ยังไม่ดูแล้วนี่หน่า

     แน่นอนว่าคุณไม่ต้องเชื่อผมเลย อ่านผ่านๆไปเลย แล้วถ้าอยากหรือไม่อยากดูก็ทำตามที่ผมบอกเถอะครับ

หมายเหตุ : นี่อาทิตย์ที่3แล้ว คนดูยังครึ่งโรง และ อยากให้เรื่องนี้ได้ร้อยล้านจริงๆ และ เขื่อนตาแตกตอนโฟกัส ตามที่คิดไว้จริงๆ

edit @ 13 May 2008 22:37:15 by rockalitm

 

      ผมชอบดูหนังการ์ตูนตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้โตแล้วก็ยังชอบอยู่ ผมว่าหนังการ์ตูนทุกเรื่องมาพร้อมกับเรื่องราวง่ายๆ ชวนติดตาม เพลินตากับภาพวาดและสีสดใส แต่คุณว่ามั้ย หนังการ์ตูนทุกเรื่องล้วนมาพร้อมกับแง่คิดสอนใจ ที่กระทบใจและเข้าถึงได้ง่าย (ไม่เหมือนหนังบางเรื่องที่ต้องคิดแล้วคิดอีกกว่าจะเห็นนัยยะซ่อนเร้นของมัน)

     ผมได้การ์ตูน 'raining cats and frogs ในวันฝนตกและกบพยากรณ์' (2003) มาในราคา 29 บาทเท่านั้น และคุ้มค่าทีเดียว หนังการ์ตูนจากประเทศฝรั่งเศส ที่มาพร้อมกับลายเส้นบ้านๆ ไม่ค่อยสวยงามมาก (ใครๆอาจหงุดหงิดได้ ถ้าชินตากับการ์ตูนของพิกซาร์ไปแล้ว) หนังเล่าเรื่องของคำพยากรณ์ของกบที่ว่า น้ำจะท่วมโลก และมันเกิดขึ้นจริงๆ เหลือเพียงครอบครัวเดียวที่หนีรอดมาได้เพราะอาศัยอยู่ในโรงนาหอคอยสูงลอยน้ำได้ ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นที่อาศัยของสิงสาราสัตว์ทั้งหลายอีกด้วย (เฉกเช่นเรือโนอาร์นั่นเอง) เมื่อคนและสัตว์อีกหลายประเภทมาอยู่รวมกันแน่นอนที่ต้องเกิดเรื่องวุ่นวายตามมา หนังเปิดเผยตัวร้ายที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าสัตว์ประเภทนี้จะมาเป็นตัวร้ายได้ และความร้ายกาจของมันก็เกิดจากความโหดร้ายของมนุษย์ที่ไปเข่นฆ่าพวกมันเนี่ยแหละ

           

 

 

 

 

 

     แม้ภาพจะไม่ค่อยสวย แต่มันมาพร้อมกับเรื่องราวที่ชวนติดตาม และดำเนินไปเหมือนจะหมดหวังลงเรื่อยๆ โชคดีที่หนังยังใจดีกับคนดู หนังเรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า การที่คนหลายประเภทต้องมาอยู่ในสังคมเดียวกัน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ทุกคนจะรู้สึกพอใจ แต่เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้ายังจะเห็นประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่ และเชื่อในคำยุแหย่  แน่นอนที่คนสุดท้ายที่เหลือรอดย่อมเป็นผู้ชนะ แต่ก็ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ แล้วเรือลำนี้ก็จะไม่เหลือใคร และล่มไปในที่สุด ความสามัคคีของคนในเรือเท่านั้น ที่จะทำให้ทุกคนรอดและทำให้เรือแล่นไปถึงฝั่ง  (ซึ่งตอนนี้ความสามัคคีก็ยังเป็นนามธรรมลอยๆ ของพื้นที่หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ดี)

หมายเหตุ : หนังเรื่องนี้มาพร้อมกับคาแรกเตอร์สัตว์มากมายที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ ยีราฟที่ต้องโผล่หัวออกนอกหน้าต่างตลอดเวลา และคู่ผัวเมียช้างพูดมากและน่าเอ็นดูที่สุด

edit @ 13 May 2008 22:35:17 by rockalitm

เมื่อก่อนสมัยยังเด็กๆ..ผมเคยคิดว่าหนังสือที่ได้รางวัลซีไรต์ก็เหมือนหนังที่ได้รางวัลออสการ์นั่นแหละ ทำความเข้าใจยาก และมักจะไม่รู้เรื่อง ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้รู้ว่า คิดผิดทั้งสองอย่าง วันนี้ผมขอแนะนำหนังสือรางวัลซีไรต์ที่เพิ่งได้อ่านเป็นครั้งแรกครับ

ความสุขของกะทิ เขียนโดย คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ

 

เรื่องของเด็กหญิงกับแม่ผู้ห่างเหิน ผมคงไม่พูดอะไรมาก เพราะใครๆ ก็พูดถึง และการันตีให้มากมายรวมถึงรางวัลซีไรต์ 2549 แถมจะกลายเป็นหนังแล้วด้วย ผมขอตีตั๋วดูคนแรกเลย เอาเป็นว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมร้องไห้ถึง 3 ครั้งในการอ่านครั้งเดียว

หมายเหตุ : รีบหาเล่มสองมาอ่านด่วน!!!

 ช่างสำราญ เขียนโดย คุณเดือนวาด พิมวนา 

หนังสือรางวัลซีไรต์ 2546 ผมว่าเด็กนักเรียนมัธยมคงมีกันเยอะ เพราะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาด้วย แต่ผมเชื่อว่าเวลานั้น คงมีน้อยคนที่ได้อ่าน (รวมถึงผมด้วย) ผมเพิ่งได้อ่านในช่วงปิดเทอมนี้ และได้ค้นพบหนังสือที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง หนังสือเล่าถึง เด็กชายผู้ที่ถูกทิ้งให้อาศัยกับผู้คนในชุมชน หลายคนต่างสับเปลี่ยนกันดูแล หนังสือมาพร้อมกับเรื่องราวที่เศร้าใจ แต่เล่าผ่านมุมมองของเด็กชายผู้ยังสำราญกับโลกใบนี้ ตัวละครรายล้อมเด็กชายก็มาพร้อมคำสอนที่สะเทือนใจแก่ผู้อ่าน หลังผมอ่านจบ ผมดีใจที่ได้อ่านมัน มันกระทบใจผมอย่างแรง ไม่ว่าสังคมนี้จะโหดร้ายเพียงใด แต่ถ้าเล่าผ่านมุมมองของเด็ก โลกนี้ช่างสำราญเสมอ

หมายเหตุ : บท 'ลูกหลง' และ 'จันทร์เจ้า' สะเทือนใจมาก

หนังสือเล่มอื่นๆ

อุโมงค์ เขียนโดย โยชิมุระ ทัตสึยะ แปลโดย รัตน์จิต ทองเปรม

หลังอ่านจบ..มันจะน่ากลัวอะไรขนาดนี้ ทั้งที่ไม่มีผีสักตัว หนังสือเล่าถึง เหตุการณ์ที่ไม่น่าเกี่ยวกันหลายเรื่อง แต่ทุกอย่างล้วนมาจากสาเหตุเดียวกัน การหายไปของคนดูทั้งโรงของหนังชื่อ 'อุโมงค์' การที่คนตายเอาไม้ขีดไฟถ่างตา อาการประสาทหลอนของคนเดินทางเข้าอุโมงค์ ชายถูกฆาตกรรมโดนการคว้านท้องเป็นรู และอื่นๆ แถมยังเปิดเผยทฤษฎีแปลกประหลาดแต่น่าเชื่อถือมากด้วย ผมดีใจมากที่อ่านมันจบสักที...หลอน

หมายเหตุ : หน้าปกน่ากลัวมาก ผมต้องวางมันโดยเอาหลังปกขึ้นทุกที และขอบคุณเพื่อน'ต้า' ที่ให้หนังสือเล่มนี้

จดหมายถึงพ่อ เขียนโดย ยูโมโตะ คะซุมิ แปลโดย ขวัญใจ แซ่คู

อาจเป็นเพราะผมยังมีวุฒิภาวะไม่พอ ผมเลยอ่านแล้วเบื่อทีเดียว มันใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าเรื่อง หนังสือเล่าถึง เด็กหญิงผู้ส่งจดหมายถึงคุณพ่อที่ตาย ผ่านคุณยายเจ้าของตึก (ไม่ใช่แฟนตาซีน่ะ) ผมว่าจะกลับมาอ่านอีกครั้ง หลังโตเป็นผู้ใหญ่ ได้ผ่านโลกมามากกว่านี้ครับ

 

หมายเหตุ : เพื่อนๆ เคยอ่านเล่มไหนแล้ว ช่วยเล่าให้ฟังบ้าง อยากอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ครับ หรืออยากแนะนำก็เชิญได้เลยครับ

edit @ 13 May 2008 22:31:25 by rockalitm

ปกิณกะ สัพเพเหระ

posted on 29 Mar 2008 22:19 by filmmlif

มิตรรักแฟนหนังครับ อ่านนิตยสารหนังเล่มไหนกันบ้างครับ อยากรู้ Entertain Movie-time Bioscope Filmmax
Starpics  หรือ Filck กันครับ ส่วนผมอ่านทั้งหมดแหละครับ แต่ยืนอ่านเอาที่ร้านหนังสือ ไม่มีตังค์ครับ 555+

แล้วรายการวิทยุที่เกี่ยวกะหนังล่ะครับ เพื่อนๆบางคน อ่าจยังไม่รู้ว่ามี รายการวิทยุพูดเกี่ยวกะหนังด้วย
ผมขอโปรโมตเลยครับ

1.  รายการ 'ดูหนังฟังเพลง' จัดรายการโดย พี่นพปฎล และ พี่รัชพร
นักเขียนวิจารณ์หนังใน entertain คลื่น FM 101 วันเสาร์
เวลา 20.30-22.00 โหด มันส์ ฮา ดีครับ

2.  รายการ 'หนังหน้าไมค์' จัดรายการโดย พี่นรา พี่เฮนรี่ จ๋อง และป๋าเต็ด
แห่งแฟต เรดิโอ FM 104.5 วันอาทิตย์ เวลา 22.00-24.00
ฟังแล้วได้เห็นหนังในมุมมองใหม่ๆเยอะเลยครับ

เพื่อนๆครับ วันที่ 4 เม.ย. 2551 นี้ มีงานวันหนังไทย ที่ Central World อ่านรายละเอียด ตามลิงค์นี้ครับhttp://www.thaicinema.org/news51_10ap4.asp มีการดูหนังสั้นฟรีด้วยครับ ใครที่สนใจเชิญชวนครับ ผมล่ะอยากไปจริงๆ ไม่รู้จะมีใครไปด้วยป่าว ไปคนเดียวก็ได้

edit @ 13 May 2008 22:28:14 by rockalitm